ย้อนวัยใส ปากอิ่มสวยด้วย Charmiss

สวัสดีค่ะทุกคน

ช่วงนี้ปิ่นอินกับการแต่งหน้าลดวัยมากๆ 555 ก็แหม…แบบว่าตอนเด็กก็อยากสาว ตอนสาว(เหลือน้อย)ก็ยังอยากสวยเหมือนสมัยวัยรุ่น ตอนนี้ปิ่นเลยมักจะแต่งหน้าไม่เน้นเฟียซเป็นเจ๊คุมปากซอยเท่าไร แต่จะแต่งตาสีพีช, ชมพูเอาซึ่งมีให้เลือกมากมาย แต่ในส่วนของงานปากนั้นสำหรับปิ่นแล้วจะเลือกจากเม็ดสีเข้ม แน่น เพื่อให้กลบสีปากที่คล้ำได้ นอกจากนี้ยังต้องให้ความชุ่มชื่นด้วย วินาทีนี้ปิ่นขอพับการทาปากแบบแมทไปก่อน ปากฉ่ำเงาแบบสาวเกาหลีต้องมาค่ะ!

แล้วๆๆๆ ปิ่นก็มาเจอแบรนด์น่ารักๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของปิ่นได้ ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกันค่ะ

Charmiss

Show me your love collection

ลิปสติกคอลเลคชั่นใหม่จาก Charmiss ที่ออกมาต้อนรับเดือนแห่งความรัก มี 2 รุ่นด้วยกันค่ะ แบบเป็น gloss ใสกับ velvet tint ที่มอบความบางสบายให้กับริมฝีปากแต่เม็ดสีแน่นอลังการ แล้วแพคเกจก็น่ารักปุ๊กปิ๊กเป็นรูปทรงหัวใจ เดี๋ยวปิ่นจะพาน้องๆ มาเปิดตัวทำความรู้จักกับทุกคนไปพร้อมๆ กันค่ะ 

ขอเริ่มจาก Gloss ใสๆ หัวใจหนึ่งดวงก่อนดีกว่า Charmiss Glitter Lipgloss เป็นลิปกลอสที่มีกลิ่นหอมของลูกกวาด มีกลิตเตอร์ผสมอยู่ข้างใน ทาแล้วปากอิ่มฟูฉ่ำวาวดู young และเยาว์ มี 2 สีด้วยกันค่ะ ไปดูทีละสีกันเลยดีกว่า

Charmiss

Glitter Lipgloss

GL01 Crush On You

น้องคนนี้มาแบบใสๆ เลยค่ะ ไม่มีพิษมีภัย แต่แอบแซ่บตรงที่มีประกายกลิตเตอร์ผสมอยู่ภายใน ให้ฟีลสาวน้อยมัธยมต้นกำลังแตกเนื้อสาว ตอนทาน้องเสร็จอิฉันเหมือน 14 อีกครั้ง!

มีหัวจงหัวใจ เป็นความน่ารักเล็กๆ ที่เกิดขึ้นตอนได้ดูน้องลอยละล่องเล่นแสงวิบวับๆ

ตัว Applicator เป็นไม้พายพลาสติกอ่อนนุ่ม พู่กันไม่ต้อง ไม้พายจุ่มลิปกลอสออกมาก็โบกๆ เลย ใช้ง่ายดีค่ะ

ดูความวิ้งวับของน้องเขาซะก่อน เล่นแสงไม่ธรรมดา น้องพร้อมสยายปีกบินออกจากเสื้อคอซองแล้วค่ะ ตัวนี้ปิ่นเอาไว้ทา top ลิปออกสีตัวอื่นที่เป็นเนื้อแมท หรือมีสีเข้มๆ เพราะน้องจะทำให้ปากดูอิ่มสวยสุขภาพดีที่สุดเลยจ้ะ

เห็นแค่ปาก คิดว่าเป็นเด็กม. ต้น  ความฉ่ำวาวนี้ไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ เบาสบายปากด้วยซ้ำ ไม่ตึ๋งหนืดจนกลายเป็นใยแมงมุมเวลาขยับปากพูดคุยด้วยค่ะ กลิตเตอร์เล็กๆ นั่นทำให้ปากเราดูเปล่งประกาย น่ามองขึ้นด้วยค่ะ 

มาดูสีถัดไปค่ะ

C​harmiss

Glitter Lipgloss

GL02 Be My Baby

น้องคนนี้จะติดส้มนิดๆ พอน่ารักกรุบกริบค่ะ และมีกลิตเตอร์ผสมอยู่ด้านในเช่นเดียวกัน กลิ่นหอมเหมือนขนมเจลลี่รสส้ม สตอเบอร์รี่ ทาแล้วอยากขนมมาก

ความวิ้งวับไม่ได้น้อยไปกว่าสี GL01 เลยค่ะ เพิ่มเติมคือมีติดส้มมานิดนึง

แง น้องน่ารักมาก สีนี้ให้ความรู้สึกโตขึ้นมานิดนึง ออกสีหน่อยๆ สัมผัสบางเบาไม่เหนียว หอมหวาน Like a candy ช่วยลดวัยป้าลงมาได้เป็นสิบปี 555

ทาแล้วริมฝีปากจะมีสีระเรื่อขึ้นมาพร้อมกันกลิตเตอร์บางเบา ทาแล้วครูจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน น้องคนนี้ปิ่นก็เอาไว้ top บนลิปสติกแมทหรือลิปที่ออกสีไปทาง Coral อีกที สวยลืมโลกไปเลย

มาดูที่ลิปอีกรุ่นใน Collection นี้ค่ะ

Charmiss

VELVET LIP TINT

VL01 LOVE AT FIRST SIGHT

รุ่นนี้เป็นเนื้อทินส์บางเบาแต่มอบเม็ดสีที่แน่นเนื่องกลบสีปากมิดค่ะ แล้วสีนี้เป็นนู้ดที่สวยมาก ทาแล้วไม่ป่วย จะทาเต็มปากก็สวยลืม จะทาแบบเบลนก็สวยลูกคุณค่ะ 

Charmiss

VELVET LIP TINT

VL02 FALLIN ALL IN YOU

สีนี้จะออกส้มอิฐที่ค่อนไปทางแดง ทาแบบเบลนให้เบลอๆ ที่ขอบปากจะได้ลุคสาวเกาหลี Miss Korea เบาๆ ส่วนสาวผิวสีน้ำผึ้งทาสีนี้แล้วขับผิวสุดๆ ไปเลยค่ะ

Charmiss

VELVET LIP TINT

VL03 ALWAYS LOVE YOU

สีนี้จะเป็นแดงเข้มแบบแวมไพร์ แต่มีติ่งสีชมพูม่วงอยู่ ทาแบบเบลนก็ดูเหมือนเป็นสโนไวท์กัดแอปเปิ้ลแล้วนอนสลบรอเจ้าชายมาจุมพิต จะทาเต็มก็ดูเป็นเจ้าแม่ผู้กุมอำนาจ สีเดียวเอาอยู่ทุกลุคเลยค่ะ

สีที่ปิ่นมักใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่อยากลดวัยนั้น 555 ปิ่นใช้ลิป 3 หลอดนี้ทาผสมกันค่ะ โดยใช้ VELVET LIP TINT VL01 ทาให้ทั่วปาก เบลนตรงขอบปากให้เบลอๆ หลังจากนั้นก็ใช้ VELVET LIP TINT VL02 ทาตรงบริเวณด้านในปากเพื่อเพิ่มมิติ เสร็จแล้วก็ top อีกทีด้วย GLITTER LIPGLOSS สี GL01 CRUSH ON YOU เพื่อให้ปากดูชุ่มฉ่ำมันวาวดาวลูกไก่ แล้วดูผลลัพธ์จ้ะ

ไล่สีสวยมากกกก แถมปากก็ฉ่ำวาวน่ารักเป็นที่สุด 

ลิปทิ้นต์ของ Charmiss ไม่ทำให้ปากเหนียวเลยค่ะ ตรงกันข้ามคือมีเนื้อบางเบา สีสวย และทาง่ายมาก สีติดค่อนข้างทนเลยค่ะและไม่ทำให้ปากแห้งด้วย มีความ stain แม้ว่าเนื้อลิปบางส่วนจะหลุดออกไปในตอนกินข้าวกินน้ำตามธรรมชาติ แต่ก็มีเนื้อสีบางส่วนที่ติดเคลือบสีปากเอาไว้ทำให้ปากไม่ซีดค่ะ 

เอาล่ะ มาลดวัยกันหน่อย แต่งตาน้อยๆ แต่เน้นงานปากด้วยลิปของ Charmiss

พอจะลดวัยไปได้ 20 ปี ขออนุญาตไปใส่เสื้อคอซองก่อนนะคะ 555

วันนี้ปิ่นขอลาไปก่อนนะคะ

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้า

สวัสดีค่า

sasi สวยแซ่บหลักร้อย

สวัสดีค่ะทุกคน

ถ้าพูดถึงแบรนด์เครื่องสำอางของไทยราคาย่อมเยาว์ มีคุณภาพและมีดาเมจรุนแรงแล้วล่ะก็ หนึ่งในใจของปิ่นขอยกให้ sasi เลยค่ะ งานปากงานหน้านี่ยกให้เขาเลย ในวันนี้พี่ปิ่นจะขอพาทุกคนมารู้จักกลุ่มผลิตภัณฑ์บางตัวที่มีใน sasi ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้ปิ่นอุทานร้องว้าวดังมากเมื่อได้ลองใช้เลยจ้า

ตัวแรกที่อยากเปิดผ้าคลุมให้ทุกคนได้ยลกันคือตัวนี้เลยค่ะ

Sasi

Magic Matte Foundation Powder

ตัวนี้เห็นเขาพูดๆ ถึงกันมานาน สโลแกนของแป้งตัวนี้คือ “บอกลาผิวมัน ล็อกผิวแมท เนียนกริบตลอดวัน” จนในวันนี้ได้มีโอกาสได้ลองเสียที ตัวนี้เป็นแป้งอัดแข็งผสมรองพื้นที่ช่วยควบคุมความมัน ปกปิดเนียนกริบ ระดับการปกปิดได้ตั้งแต่กลางไปถึงขั้นสูงเลยค่ะ สามารถเพิ่มการปกปิดได้ตามความต้องการด้วยการใช้พัฟแตะแป้งแล้วกดย้ำๆ หรือจะใช้พัฟชุบน้ำแตะแป้งแล้วทาก็ปกปิดได้อยู่หมัดทีเดียวค่ะ

เขามีด้วยกันทั้งหมด 3 สี ซึ่งทาง sasi ก็ส่งมาให้ปิ่นลองทั้งหมด โดยแต่ละสีก็จะเหมาะกับสีผิวส่วนใหญ่ของสาวไทยค่ะ

W1 เหมาะกับคนผิวขาวอมชมพู

W2 เหมาะกับคนผิวขาวเหลือง

W3 เหมาะกับคนผิวสองสี

สีทั้ง 3 จะติดเหลืองเสียเป็นส่วนมาก มี W1 ที่อมชมพูนิดๆ ค่ะ ใครอันเดอร์โทนขาวชมพูเหมาะอย่างยิ่งจ้า

ปิ่นผู้มีสีผิวอยู่ที่ NC25-30 เมื่อลองปาดข้างแก้มจะเห็นได้ว่าสีที่เหมาะกับปิ่นแบบพอดิบพอดีเป็นสี W3 ค่ะ และให้สังเกตผิวหน้าของอิฉันในรูปนี้ไว้ ดวงจันทร์ยังต้องยอมในรูขุมขนและรอยด่างดำต่างๆ ที่อิฉันมี

ฟาดให้เห็นกับแบบจะจะ! ชนิดที่ไม่ได้ลงรองพื้นอะไรใดๆ ทาครีมบำรุงเสร็จก็ลงแป้ง sasi ทันที ให้ภาพมันฟ้องค่ะคุณ ครึ่งซีกหน้าด้านซ้ายคือไม่ได้ทาแป้ง ส่วนหน้าด้านขวาก็คือแป้ง sasi เพียวๆ ไม่มีสิ่งใดผสมเลย ย้อนกลับไปดูรูปตะกี้ แล้วกลับลงมาดูรูปนี้ใหม่ เห็นฝ้าและกระที่ใต้ตาและแก้มไหมคะ มันหายไปเกือบ 80% แว้ก! เรื่องการปกปิดจุดด่างดำอันนี้ดิฉันยอม! ขอชาบูเลยค่ะ ส่วนเรื่องรูปขุมขนแป้ง sasi ก็เบลอได้ดีทีเดียว แล้วคุมมันนี่ไม่ต้องพูดถึง คุมดีไปครึ่งค่อนวัน แล้วสีไม่ดรอประหว่างวันเลยด้วย คือ sasi เธอจะมีความสามารถทัดเทียมแป้งแบรนด์เนมมากเกินแล้วนะ อันนี้พูดจริงๆ เลย 

หากเป็นไปได้อยากให้ทำสีเข้มกว่า W3 เพิ่มค่ะ เพื่อที่คนไทยจะได้ใช้แบรนด์ไทยดีๆ กันได้หลากหลายสีผิว อันนี้ขนาดว่าผิวขาวเหลืองอย่างปิ่นยังใช้สี W3 ซึ่งเข้มสุดเลย คนที่มีผิวเข้มกว่านี้มาใช้อาจลอยได้ค่ะ

หยุดกรีดร้องปราบปลื้มในตัวแป้งเอาไว้ก่อนแล้วไปต่อกันที่ตัวถัดไปค่ะ

Sasi

WONDER GLOW

Lip Oil

ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งออกของ sasi ค่ะ เป็นลิปออยล์เนื้อใสสีบางเบาน่ารักๆ ที่มาพร้อมวิตามิน E สารสกัดจากดอกไม้และพืชพรรณต่างๆ ที่จะมาช่วยบำรุงให้ริมฝีปากชุ่มชื่นและเนียนนุ่มตลอดทั้งวัน

ที่สำคัญไม่มี

– Silicone

– Paraben

มาเป็นแพค 3 มีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน

01 Shiny Pink

02 Juicy Orange

03 Glossy Red

แม้จะเป็นลิปออยล์เนื้อใสแต่ก็มีความ stain ทาลงบนปากไปก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อติดริมฝีปากลดวัยอิฉันไปได้หลายปี ปากไม่แตก ไม่แห้ง ไม่ลอก หอมขนมไปอีก เพียงแต่สีทาได้จะมีความใกล้เคียงกันมาก แม้ว่าสี 02 ในหลอดจะสีออกส้ม แต่ทาออกมาก็ได้สีชมพูอยู่ดีค่ะ

มาที่ตัวถัดมา สาวกลิปสติกเยี่ยงปิ่นถึงกับต้องตะกายฝาบ้านกรีดร้องกันเลยทีเดียว!

Sasi

XOXO Liquid Lip

ลิป Sasi ตัวนี้เป็นลิปแมทเม็ดสีแน่น เนื้อนุ่มเกลี่ยง่าย เนียนเรียบไปกับริมฝีปาก แถมยังกลบสีของริมฝีปากได้สนิท แต่ให้ความรู้สึกเบาสบายและติดทนนานตลอดทั้งวัน ขอบอกเลยว่าหลังจากที่ได้ลอง น้องคนนี้จิ๋วแต่แจ๋วที่แท้ 

ในครั้งนี้ sasi ส่งมาให้ปิ่นได้ลอง 2 สีด้วยกันคือ

– 204 Sumer Terracotta

– 401 Irresistable Red

204 Sumer Terracotta

เป็นสีส้มอิฐที่สวยมากๆ จะทาเต็มเน้นขอบปากคมๆ ก็ดุดัน จะเบลนขอบให้ฟุ้งก็นัวละมุนสายเกาไปอีก เรียกได้ว่าเป็นได้ทั้งสายฝอ และสายเกาเลยจ้า

401 Irresistable Red

ตอนสวอชที่มือแล้วเกลี่ยเขาเป็นแดงที่ติ่งชมพูอมม่วงมาด้วยนิดๆ แต่พอนำน้องมาประทับที่ริมฝีปากเราซึ่งมีอันเดอร์โทน Natural (อยู่ตรงกลางระหว่างเหลืองและชมพู) ก็จะออกมาแดงสดเยี่ยงนี้ ซึ่งปิ่นไม่คิดว่าน้องจะแดงสวยสะใจขนาดนี้ ประทับใจมากๆ ค่ะ

ปล. อันเดอร์โทนและความเข้มของสีผิวจะทำให้สีลิปที่ทาออกมาแตกต่างกันนะคะ ของอย่างนี้ต้องไปลองเองค่ะ

ความรู้สึกหลังใช้ Sasi XOXO Liquid Lip

เนื้อบางเบาจนเหลวเลยค่ะ แต่เม็ดสีคือแน่นและตึ้บมากๆ กลบสีปากได้มิดดีจริงๆ ตอนทาเสร็จใหม่ๆ ยังมีความเหลว แต่หลังจากนั้นเขาจะเริ่มแห้งแล้วกลายเป็นลิปแมทซึ่งความแมทที่ได้ไม่ทำให้ปากแห้งตึงเลยค่ะ ไม่ตกเร่ง ไม่เป็นคราบแห้งแปะติดที่ปาก ไม่หนา คือสบายปากที่สุด แล้วค่อนข้างติดทนด้วยค่ะ เห็นสีแดงเข้มๆ แบบนี้ ปกติต้องติดฟันแล้ว แต่นี่คือไม่มีเลยค่ะ น้องคนนี้ดีจนไม่มีติ ไม่มีที่หักคะแนนเลย ดีจนอยากด่าตัวเองว่าไปอยู่ไหนมา ทำไมถึงเพิ่งมาเจอน้อง หลังจากนี้ปิ่นต้องไปตามหา! ต้องมีมาเก็บในกรุให้ครบทุกสี ไม่งั้นพลาดมากชีวิตนี้

ปิ่นได้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ sasi ที่ได้มาแต่งหน้าโดยไม่ได้ใช้รองพื้นหรือคอนซีลเลอร์มาช่วยปกปิดกระฝ้า หรือพลางรูขุมขนแต่อย่างใด ก็จะได้ลุคแซ่บๆ ประมาณนี้

อ่ะไหนลองเอา Lip Oil มา top บนปากแดงดูซะหน่อยซิ

ปากฉ่ำปากเด้ง แดงจัดชัดเวอร์ยังไม่พอ ต้องเบ้อต้องเงาอลังการด้วยค่ะ

ไปค่ะ! ไปต่อ! สวยแล้วอย่าหยุด!

อืมหื้ม! ความเนียน ความกริบประหนึ่งทารองพื้นนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะได้จากแป้งตลับละร้อยกว่าบาท สีปากจัดจ้านนี้อีก ลิปหลอดละร้อยกว่าบาทไปอีก โอ้ยยยย สวยแพง สวยแรงด้วยงบหลักร้อยอ่ะ ยอมแล้วแม่จ๋า

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ได้จาก sasi ค่ะ 

สำหรับวันนี้ปิ่นขอลาไปก่อน

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

บาย

ชูป้ายไฟ เครื่องสำอาง 2020 ใช้แล้วชอบที่สุด!

สวัสดีค่ะ

รีบเปิดโพสต์ใหม่ ในเมื่อมีสกินแคร์ใช้แล้วชอบปี 2020 แล้ว ทำไม๊จะไม่มีเครื่องสำอางใช้แล้วชอบ 2020 ล่ะ เอาล่ะไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเริ่มการชูป้ายไฟแบบวู่วาม ณ บัดนี้

URBAN DECAY

All Nighter Setting Spray

ตัวแรกเลยที่ต้องพูดถึง เพราะใช้ทุกครั้งที่ต้องออกงาน หรือไปข้างนอกนานๆ หรือกับงานที่ต้องการความเป๊ะปังของหน้า ฉีด 3 รอบ รอบแรกก่อนลงสกินแคร์ รอบ 2 หลังลงรองพื้นและแป้งฝุ่นเสร็จ รอบ 3 หลังแต่งหน้าเสร็จ รับประกันผลเลยว่าเซ็ตเครื่องสำอางให้อยู่ได้ตั้งแต่ตี 5 ยัน 5 ทุ่ม!!!  อันนี้ไม่ได้เวอร์วัง แต่จริงมาก แต่งมาให้หลายหน้าแล้วค่ะ ลองใช้สเปรย์ตัวอื่นก็ไม่คุมมันและไม่ล็อกเครื่องสำอางได้เป๊ะทั้งวันขนาดนี้ อีกอย่างคือพอฉีดแล้วเข้าจะทำให้เครื่องสำอางทุกเลเยอร์หลอมรวมกันกลายเป็นหนึ่งเดียว เนียน กริบ! คือ ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนเธอได้จริงๆ ยอมมมมมมมม

ESTEE LAUDER

Double Wear Stay In Place Makeup SPF10/PA++

รองพื้นรับปริญญา รองพื้นเจ้าสาว คำเคลมคู่บุญที่ได้ยินมานาน ตอนแรกก็แบบ เวอร์ว่ะ จริงเหรอ อ่ะ พอลองมาใช้เองก็คือต้องคุกเข่าเปิดกรวยขอขมากันเลยทีเดียว ฮือออออออ stay in place จริงๆ!!! สมชื่อ ติดอยู่บนหน้าตั้งแต่ตี 5 ยัน 5 ทุ่มเหมือนกัน คุมมัน ไม่ไหล ไม่ย้อย ไม่กอง ไม่ตกร่อง โอ๊ยยยยย ที่สุดในโลกหล้า หลายคนบอกว่าเกลี่ยยากเพราะเขาค่อนข้างเซ็ตตัวไว ซึ่งแก้ได้โดยพี่ปิ่นจะใช้เซรั่มที่มีไม่ว่าจะเป็น ANR หรือ ลังโคม เจนิฟิก หยอดลงไปผสมกันหยด 2 หยด ปาดง่าย ปาดเรียบ ลื่นปรื้ดๆ แล้วเขาก็จะเซ็ตตัวฉึบเนียนเรียบไปกับผิว ปกปิดก็บิ้วเพิ่มได้ ปกปิดดียิ่งกว่าปกปิดความลับ ที่สุดแล้วจ้า

YSL 

LE CUSHION ENCRE DE PEAU

ตัวนี้ตอนเข้าใหม่ๆ ไม่ได้วู่วามซื้อเพราะสีที่เข้ามาทีแรกไม่มีสีเราเลย จะเป็นสี 10 20 30 40 ที่เข้าไทยในช่วงแรก แล้วเราสี 25 ก็เลยแอบนอนช้ำใจอยู่พักนึง แล้วในที่สุดเขาก็นำเข้าเพิ่ม มีสี 25 เข้ามาด้วย เย้ๆ ในช่วงนั้นก็แอบลังเล เพราะเสียงลือเสียงเล่าอ้างเยอะว่าไม่ได้คุมมัน ปกปิดไม่ดี แต่สุดท้ายด้วยความติ่งก็เลยได้น้องมาครอบครอง พอใช้แล้วคือเขาเป็นคุชชั่นในอุดมคติที่อยากได้มากๆ! เบา สบายผิว ตบไปแล้วกลืนหายไปกับผิว ไม่หนา ไม่โป๊ะ ไม่ฉ่ำขนาดเมือกปลา แต่ก็ไม่ได้แมทแห้งแก๊ะ คือได้ฟินิชที่สวยกำลังดี ผิวสุขภาพดี ติดทนกว่า 9 ชั่วโมง คุมมันได้ปานกลาง มีมันตรงทีโซนแต่ไม่มาก  ถึงจะปกปิดได้ปานกลางแต่ที่สุดแล้วพี่ปิ่นชอบฟินิชผิวจากคุชชั่นตัวนี้มากที่สุดค่ะ ชนิดที่ไม่มีแบรนด์ไหนมอบให้ได้ ผิวแพง ฉันกลายเป็นเศรษฐีนีได้ไม่ยากเย็น แต่หลังจากนี้ถ้ามีความมัน ก็ตบเพิ่ม ซับเอาพอได้อยู่ค่ะ

TARTE

Shape Tape Contour Concealer

ปกปิดดีที่สุด ตั้งแต่กระฝ้า ยันรูขุมขน พี่ปิ่นชอบเพราะเนื้อของเขาค่อนข้างเหลวแต่มีความแน่น เลยทำให้ปกปิดดีและไม่ตกร่อง เกลี่ยง่าย ใต้ตาดำๆ เนี่ย จิ้มไปแค่ 3 จุด เนียนกริ๊บ ชอบตรงที่เขาเกลี่ยง่ายค่ะ ใช้ง่ายเนี่ยแหละเลยชอบ กระดำๆ นี่เอาอยู่จ้า ไม่พูดเยอะ หมอบกราบบบบบบบ

Chanel
Le Teint Ultra Ultrawear Flawless Compact Foundation Luminous Matte Finish SPF15

เป็นแป้งที่ชอบที่สุด! แป้งในอุดมคติของพี่ปิ่นคือปกปิด แต่ถ้าเนื้อหนาก็จะไม่สบายผิวและดูไม่ธรรมชาติ เลยชอบเนื้อบางเบา คุมมัน เบลอรูขุมขนได้ด้วย ซึ่ง Chanel ตัวนี้ตรงตามอุดมคติที่พี่ปิ่นต้องการทุกอย่างเลยค่ะ ปาดไปปุ๊บเนื้อแป้งเขาเบากลืนไปกับผิวเลย ไม่ดูหนาจนจับโป๊ะได้ เบลอรูขุมขนได้ว้าวมาก ใช้พัฟกดๆ ลงไปตรงหน้าแก้มที่รูขุมขนกว้างๆ ก็คือ…เนียนไปเลยจ้าแม่ ฮือออออ รักมากกกกก รักที่สุดดดดด

THREE 

Ultimate Diaphanous Loose Powder

Matte 01

เนื้อแป้งละเอียดมาก คุมมันได้แบบ ตึ้บๆ!!! ยิ่งทำเป็นแพคเกจแบบนี้คือมีกระจกและเป็นฝาพับได้คือยิ่งชอบค่ะ เพราะพกง่าย ใช้ง่ายด้วย บางทีเราแค่ทาครีมกันแดดแล้วตบตัวนี้ตามก็คือจบแล้ววันนั้น ง่าย แต่คุมมันได้เลิศที่สุดดดดดด 

Etude House 

Maple Road Play Color Eye Palette

เอาจริงๆ เลยนะคะ อายชาโดวเนี่ย เป็นอะไรที่ตบตีกับตัวเองขั้นสุด เพราะดีหลายพาเลทมากๆ แต่ถ้าเอาตัวที่หยิบใช้บ่อยแบบไม่คิดมากแล้วรอดทุกงาน นึกอะไรไม่ออกแต่ปฏิกิริยาร่างกายสั่งให้มือเอื้อมไปหยิบมาทุกครั้งคือพาเลทนี้เลยค่ะ เพราะโทนสีใช้ง่าย รอดทุกงานจริงๆ จะแต่งยังไงก็สวย เอาจริงๆ Etude ทำอายชาโดออกมาดีมากเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อแมท หรือเนื้อชิมเมอร์ก็คือดีงาม เนื้อแมทไม่แข็ง ใช้แปรงถูก็หลุดติดแปรงออกมาแบบง่ายๆ โดยที่แทบจะไม่มี Fall out เลย สีแมทไม่ด่าง เกลี่ยง่ายมาก ส่วนชิมเมอร์เนื้อค่อนข้างละเอียด ส่วนตัวที่เม็ดชิมเมอร์ใหญ่ก็คือเขาจงใจทำให้เป็นแบบนั้นเพราะเกาหลีชอบเอาชิมเมอร์เม็ดใหญ่มาทาบริเวณกลางตาเพื่อเพิ่มความแวววาวน่าสนใจ เกลี่ยง่ายทุกเนื้อ ปัดๆ วนๆ คือนัวกลมกลืน ต่อให้รีบ หรือหลับตาทั้งสองข้างแล้วแต่ง ก็สวยจ้ะ! เลิฟฟฟฟ

KATE 

FIT RARE GEL PENCIL 

ที่สุดของดินสอเขียนขอบตาต้องยกให้เขา เอามงกุฎจากปิ่นอุมาไปเลยค่ะ!!! ใช้ง่ายที่สุดในสามโลกแล้วจ้าแม่ เนื้อเจลอ่อนนุ่มเขียนง่ายมากๆๆๆๆๆๆ (แทบจะใช้คำหยาบกว่านี้แล้วค่ะ แต่คงออกสื่อไม่ได้) หัวเล็กเข้าลึกได้ถึงยันหัวตา ซอกมุมหลบอยู่ตรงไหนจับเลิกหนังตาแล้วขยี้ไปเลยค่ะ เบาๆ ก็ดำได้ทั่วทั้งไลน์แล้ว ที่สำคัญคือ ไม่ไหล ไม่เยิ้ม ไม่แพนด้า คือเขียนไปปุ๊บ เข้าจะอยู่ในสถานะให้เราใช้แปรงเกลี่ย(หากต้องการ) ได้แปปนึง แล้วหลังจากนั้นเขาจะล็อกตัวแห้งติดกับตาแล้วจะไม่ไปไหนกับใครอีก ยอมมมมม กราบบบบบบ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของน้องคือ หักง่ายมากกกกก ฉะนั้นเวลาใช้ให้หมุนออกมาแค่ 1 มิลพอค่ะ เกินกว่านี้คือหักคาเบ้าตา 

ในส่วนของ Eyeliner ปิ่นขอมอบให้ 2 คนนี้ คือตัดไม่ได้ เลือกไม่ได้จริงๆ

Perthchy Eyeliner Soothing #Black

ตัวแรก คือชอบตรงที่น้ำหมึกเขาออกมาสม่ำเสมอ ให้มาเยอะแบบคนทำไม่หวงเลย แล้วเขียนได้ง่าย ลื่นปรื้ดๆ เส้นเล็กเส้นใหญ่มาจ้ะ น้องบ่ยั่น ทำได้หมด วาดเป็นเส้นอะไรก็ได้ในโลกหล้า ใช้ได้นานจริงๆ สีดำ คือดั้มมมมมมม แต่ไม่ได้ดำแมท จะเป็นดำเงาๆ ที่สำคัญคือติดทน ท้นนนนนนน กันน้ำ กันเหงื่อ ได้แบบ อ่ะ ฉันยอมชูป้ายไฟให้เธอ

HAUS LABORATORIES 

LIQUID EYE-LIE-NER สี Punk

อายไลน์เนอร์ของแม่เลดี้กาก้า หลายคนไม่รู้ว่าแม่มาขายของด้วย แต่ถึงแม่จะขายของแม่ก็รับผิดชอบต่อแฟนเพลง ยังคงออกซิงเกิ้ลมาให้หายคิดถึง ว้ายยยย ไม่ได้ว่าใครนะ 555  อ่ะ ดีตรงที่สีค่ะ ดำมากกกกกกกกกกกก ดำยิ่งกว่าคาร์บอน แล้วเป็นดำแมท หัวเป็นฟองน้ำยาวกว่าปกติค่ะ เพื่อความวิง กรีดทีลากยาวได้ถึงขมับ เส้นเล็กเส้นใหญ่ได้หมด เหมือนเป็นพู่กันจีนเลยค่ะ เส้นหนักเบาบังคับได้ที่น้ำหนักมือวาดได้ต่อเนื่อง คือเสียดายที่ไม่มีในไทย ถ้าแม่เห็นใจได้โปรดเอาเข้า sephora ให้ลูกด้วย กราบบบบบ

Surratt 

Lash Curler 

ที่ดัดขนตาคู่บุญตัวใหม่ จริงๆ แล้วชอบพอๆ กับ Shu uemura เลยค่ะ แต่ด้วยหน้าที่แป้นแล้นของเราทำให้บางจุด shu เข้าไปไม่ถึงจริง แต่ Surratt เข้ามีความป้านมากกว่าเลยสามารถหนีบขนตาได้ในครั้งเดียว เรียงตั้งแต่หัวตายันหางตาเลยค่ะ งัดขนตาได้ทุกเส้นจริงๆ งอนเด้งจนทิ่มหนังตา

Browit By Nongchat 

Professional Duo Mascara 

ปีนี้ต้องยกให้มาสคาร่าของน้องฉัตรเลยค่ะ ชอบตรงที่เขามี 2 หัว หัวเล็กกับหัวใหญ่ ตรงนี้คือหัวเล็กสามารถงัดขนตาบริเวณซอกหลืบออกมาได้หมด แล้วใช้หัวใหญ่ขยี้โคน โอ้ยยยย ขนตาฟูตั้งทั้งวัน ติดทนมากกกกกก ทนจนล้างออกยาก 555 แต่ไม่แพนด้าก็คือดีที่สุดแล้วค่ะ

มาค่ะงานคิ้ว ตัวนี้ชอบหลายผลิตภัณฑ์ค่ะ เลยขอจับมัดเป็นกองแล้วพูดถึงพร้อมกันไปเลย

Cathy Doll 

Skinny brow Pencil

ตัวนี้ที่ชอบคือหาซื้อง่ายค่ะ ขายที่เซเว่น และที่สำคัญคือหัวเล็กมาก เขียนเป็นเส้นคิ้วก็ยังได้ โทนสีคือกำลังดีเลยค่ะ น้ำตาลเข้ม ไม่แดง ไม่ส้ม เขียนออกมาได้เป็นสีคิ้วธรรมะ ธรรมโม อีกด้านคือเป็นแปรงสปูลี่ไว้ปัดขยี้ให้เป็นธรรมชาติมากขึ้นค่ะ

Browit by NONGCHAT 

DUO BROW AND EYELINER 

งานนี้น้องฉัตรมาเต็มค่ะ ไม่ได้โดนจ้างนะ แต่ชอบจริงๆ 555 ชอบอะไรที่เป็นดูโอค่ะ เพราะเรามีทางเลือกมากกว่าหนึ่ง ตัวนี้หัวทางฝั่งที่เป็น brow เป็นพู่กันแล้วมีสีน้ำตาล เอาไว้วาดเส้นขนคิ้วตรงจุดที่ต้องการ สีเป็นธรรมชาติมาก ดูเหมือนเป็นขนคิ้วที่แท้จริง นวตกรรมคิ้วตอนนี้คือไปไกลมากแล้วจ้า ไม่ต้องสักกันแล้ว วาดเอาเลย

Browit by Nongchat 

Series1 Easy Drawing Brow Shadow  

น้องฉัตรอีกแล้วค่ะ 555 งานคิ้วงานขนตาต้องยกให้เขา เพราะเขาทำจากฟีลของช่างแต่งหน้าที่ต้องพบเจอกับปัญหาของลูกค้าแต่ละคนซึ่งแตกต่างกันออกไป การเขียนคิ้วด้วยดินสอหรือเจลให้ความคงทนจริง แต่บางทีก็ดูไม่เป็นธรรมชาติ มันแข็งเกินไป ดังนั้นพี่ปิ่นเลยมักใช้อายชาโดมาระบายคิ้วให้ดูฟุ้งๆ ชวนฝันด้วย ซึ่งพาเลทนี้จัดคู่สีมาให้แบบพอดิบพอดี เพราะมีทั้งสีน้ำตาลโทนแดง กับน้ำตาลเข้มออกไปทางเทา สีผมไหนคือเข้าหมด สีชัด จัดจริง ใช้แปรงปลายตัดบางๆ คมๆ จิ้มสีแล้วเขียนหางคิ้วแทนดินสอยังได้เลยค่ะ ตัวนี้คือชอบมากกกก

4U2 Brow Coat

สำหรับคนขนคิ้วเยอะแบบพี่ปิ่นแล้ว ชอบให้คิ้วตั้งๆ ฟูๆ ดุ้งๆ ค่ะ แต่ไม่ชอบฟีลที่ใช้แว็กซ์ หรือเจลเซ็ตค่ะ มันแข็งเกินไป มันดูเหมือนมีอะไรแปะๆ อยู่ที่คิ้ว แต่กับตัวนี้เขาเป็นแค่น้ำเจล ปัดๆ ให้คิ้วตั้ง ฟู ได้แต่ไม่แข็งกระด้างกระเดิด ชอบฟีลนี้มากค่ะ 

Makeup Revolution Ultra Professional 

Blush Palette #Sugar And Spice

จัดเต็มมากกับพาเลทนี้ค่ะ เป็นบลัชพาเลทที่คุ้มค่ามากๆ สีเยอะ ตั้งแต่ตุ่น นัว สีสด ไปยังไฮไลท์ตาแตกแหวกจักรวาล โทนสีสุภาพ ใช้ได้ทุกสีจริงๆ ค่ะ สีชัดมากๆ ราคาก็ไม่แพง พาเลทนี้ไม่ถึงพัน แต่คุณสมบัติครบจบตลับเดียว แต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเลย ได้พาเลทนี้มาคือจบ ไม่ต้องซื้อเพิ่มแล้ววววววว

Hourglass 

Ambient Lighting Palette Luminous Edit

เพิ่งอยู่หยกๆ ว่าไม่ต้องซื้อบลัชเพิ่ม 5555 แต่ตัวนี้ชอบ Finishing Powder ค่ะ ความนัวนี้ต้องยกให้เขา แต่งหน้าเสร็จปัดด้วยแป้งหลุมซ้ายสุดให้ทั่วใบหน้า กลายเป็นว่าเหมือนมีสป็อตไลท์ทังสเตนส่องที่หน้าอยู่ตลอดเวลา หน้ามีความฉ่ำ เงา แบบพอดีบพอดีไม่เวอร์วังตาแตกเหมือนไฮไลท์ คิดว่าหลายๆ คนคงได้ยินชื่อเสียงเรียงนามอันอื้ออึงของน้องมากันพอสมควร ไม่ต้องพูดอะไรมากเนอะ เพราะโด่งดังอยู่แล้ว แพคเกจแพง ปัดแล้วยิ่งแพง หน้าแพง ลูกคุณไปหมด ชอบจ้า

THEBALM

the Lou Manizer’ Squad

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงไฮไลท์กันแล้ว ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งในตำนานเรื่องไฮไลท์ที่คนเริ่มพูดถึงกันน้อย แต่สำหรับเราน้องยังคงครองใจได้อยู่เสมอ โดยเฉพาะพาเลทนี้ที่มาถึง 4 หลุม 4 เฉด เพราะเราชอบความคุ้มค่า 5555 หน้าพุ่ง จมูกโด่งไปถึงดาวอังคารไม่แพ้ตัวดังก็ The balm นี่แหละค่ะ เม็ดชิมเมอร์เขาสีแรงมาก พุ่งมาก และละเอียดมาก คือดี ชอบค่ะ แค่นี้

Country & Stream 

Natural Honey Lip

ตั้งแต่เจอตัวนี้ก็ไม่เคยนอกใจไปหาลิปมันตัวไหนอีกเลยค่ะ เพราะพี่ปิ่นมีปัญหาที่ริมฝีปากแห้งมาก ไม่ว่าจะบำรุงเท่าไรก็จะแห้ง ลอก แตก ต้องมานั่งเอานิ้วถู กลายเป็นเสียบุคลิกไปอีก บางทีแตกจนเลือดไหลก็มี กลายเป็นแผลที่ปากไปอีก เฮ้ออออ แต่พอใช้ตัวนี้ ปัญหาเหล่านั้นหายไปเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้!!! ไม่ได้เวอร์ แต่ว้าวมากกกก ปากนุ่มขึ้นมาเลยค่ะ ไม่ลอกเป็นแผ่นๆ อีกแล้ว เป็นเซรั่มลิปที่ช่วยเรื่องแผลที่ริมฝีปากได้ด้วย หอมน้ำผึ้งเหมือนเอาน้ำผึ้งมาทาปากโดยตรงเลยค่ะ ชอบมาก ฉันรักเธอ!!!!

โอ้ยยย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหมวดสุดท้ายกันแล้ว ลิปสติกจ้าาาา เหมือนเดิมค่ะ เลือกไม่ได้ รักพี่เสียดายน้อง ดีกันคนละอย่าง สีสวยไปคนละแบบ มีดังต่อไปนี้จ้า

THE FACE SHOP 

Ink Tattoo Lip Tint 

#02 Rose

ต้องบอกก่อนเลยว่า ทำไมถึงเพิ่งมาเจอ!!! ฉันเนี่ยไปอยู่ไหนมา! สีน้องสวยมาก เป็นลิปทินท์ที่มีความข้นในระดับหนึ่ง ไม่ถึงกับเหนอะปาก สบายปากมากกกกก สีติดทน เกลี่ยง่าย สีนี้สวยมากค่ะ กลบสีปากได้มิดด้วย มีความ stain ติดสีริมฝีปาก แม้จะกินข้าวก็ยังมีสีจางๆ ติดอยู่ ปากสวยเชียวค่ะ

YSL

Tatouage Couture Velvet Cream Liquid Lipstick 

#216

อันดับ 2 ขอยกให้ ysl ฝาดำสี 216 เลยค่ะ เนื้อจะมีความเข้มข้นขึ้นมาหน่อย เกลี่ยง่าย สีจัดแน่นมากกกก  แพคเกจคือแพง สีก็ดูแพง ทาออกมาแล้วก็ดูลูกคุณ กลบสีปากมิด ติดทนในระดับหนึ่ง มีความ stain ติดริมฝีปากเช่นกัน อันนี้คือชอบมากกกกกก

PAT MCGRATH LABS

Mattetrance Lipstick

#1995

อันดับ 1 มอบมง ชอบที่สุดในบรรดาลิปสติกทั้งหมด ชอบตั้งแต่แพคเกจยันสี แพคเกจคือแน่นหนาทนทาน มีน้ำหนักเลยล่ะ สีนี้เป็นนู้ดที่ทาแล้วไม่ป่วย สวยสุภาพเป็นผู้หญิงสวย รวย เก่ง เจ้าของบ่อน้ำมันขั้นนั้น ที่สำคัญสีชัด! ตึ้บ! แน่น! ปาดเดียวก็ทั่วปากแล้วค่ะ ลืมสีปากเดิมไปได้เลยเพราะน้องกลบมิด! แล้วสีเนียนสวยกลืนไปกับปาก ติดทนมากกกกกกกกกกกกกกก กอ ไก่ ล้านตัว แล้วไม่หนักไม่หนึบด้วย สบายผิวริมฝีปากที่สุด กินส้มตำแบบดุเดือดน้องยังเหลือติดปากอยู่เลย แม่แพททำได้ไง! กราบแม่ที่ทำให้เราได้ใช้ลิปสติกเลิศๆ แบบนี้ค่ะ

เอาล่ะ จบแล้ว เสร็จสิ้นสักทีกับมหากาพย์รอบ 2 นี้ พิมพ์ตั้งแต่ 6 โมงเย็นยันสี่ทุ่ม 5555

สำหรับวันนี้พี่ปิ่นขอลาไปสวดมนต์ข้ามปีก่อน

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

บายยยย

ติดไฟให้ผิวด้วย MAC Mineralize Skinfinish

สวัสดีค่ะทุกคน

พี่ปิ่นเป็นคนหนึ่งที่ชอบแต่งหน้าให้ผิวฟินิชมีความฉ่ำวาวเพื่อที่จะได้ดูเหมือนมีผิวดีมาตั้งแต่เกิด แต่ด้วยความที่เราเป็นมนุษย์ผิวผสมค่อนไปทางมัน หากพึ่งพาขั้นตอนการลงรองพื้นเพื่อให้ได้ผิวเงาวาวเหมือนกระจก อาจกลายเป็นเขียงหมูที่เปื้อนมันแทน พี่ปิ่นเลยมักใช้ Finishing Powder เป็นตัวช่วยปิดท้ายเพื่อให้ได้งานผิวอย่างที่ต้องการ และพี่ปิ่นก็เจอผลิตภัณฑ์อีกตัวนึงที่สนองความต้องการนั้นแก่เราได้

MAC Mineralize Skinfinish Light Scapde

ไม่ใช่ของใหม่อะไร แต่จะเห็นได้ว่า MAC วางขายมาตลอด 10 ปี ซึ่งในสมัยยังสาวปิ่นไม่อาจเข้าใจได้ว่าตัวนี้มันออกมาเพื่ออะไร แต่ในสมัยปัจจุบันค่านิยมในการแต่งหน้าที่ผิวเงาเป็นกระจกถูกตั้งเป็น mind set ให้เป็นผิวสุขภาพดี ผลิตภัณฑ์นี้ก็ดูเหมือนจะจำเป็นขึ้นมาทันที

เนื้อผลิตภัณฑ์มีความวิ้งวาวในระดับหนึ่ง และมีลูกเล่นเป็นลายหินอ่อนที่สีต่างๆ จะยังไม่รวมเป็นเนื้อเดียวกัน จะเห็นได้ว่ามีทั้งสีไข่ไก่นวลแทรกด้วยสีชมพูและสีฟ้า เวลาใช้ก็ใช้แปรงพุ่มใหญ่มาปัดวนๆ ที่ตัวแป้ง แล้วปัดเบาๆทั่วใบหน้า

เมื่อปาดให้เห็นกันชัดๆ จะเห็นได้ว่าความวิ้งที่เห็นในทีแรกจะไม่ถึงขั้นเป็นไฮไลท์ แต่เป็นแป้งที่มีกริตเตอร์เม็ดละเอียดเล่นแสงในระดับเพิ่มความกระจ่างให้กับผิวขึ้นอยู่กับองศาที่แสงมากระทบ และสีที่ได้ก็ออกขาวนวล แต่ด้วยความที่มีเม็ดสีฟ้าแทรกเข้ามาส่วนนึงจึงมีความขาวเข้ามาซึ่งปิ่นคิดว่าเหมาะกับคนผิวไปทาง cool tone เสียมากกว่า

และเมื่อปัดออกมาปิ่นผู้ซึ่งมี under tone เป็น Natural ก็ได้ออกมาแบบนี้ค่ะ

จะมีความขาวมากกว่าความนวลสีไข่ไก่ ถ้าให้เปรียบก็เหมือนเอาแสงไฟสีขาวจากหลอดนีออนมาส่องหน้ามากกว่าแสงสีส้มจากหลอดไฟทังสเตนค่ะ

เนื้อก็ค่อนข้างละเอียด ปัดออกมาก็นัวสวยเป็นธรรมชาติไม่เป็นก้อนหรือไปเน้นรูขุมขนเพิ่ม สำหรับปิ่นที่ต้องใช้รองพื้นและคอนซีลเลอร์แบบแมทเพื่อแต่งหน้ากลบจุดด่างดำจากฝ้ากระ และต้องคุมมันด้วยนั้นก็สบายใจที่จะโบกเต็มที่ แล้วตบท้ายด้วยการปัด Skinfinish ตัวนี้อีกทีแบบบางๆ โดยไม่ปัดไฮไลท์แต่อย่างใด ผิวโดยรวมออกมาเนียน เล่นแสงมีมิติจนดูเหมือนเป็นคนผิวดีตั้งแต่เกิด หน้าพุ่งแบบสปีดต่ำ  โดยรวมแล้วชอบมากค่ะ

ปล. ทั้งนี้ไม่ควรปัดมากเกินไป เพราะเขาอาจไปรวมตัวกันที่ร่องริ้วรอยจนไปเน้นให้เส้นต่างๆชัดเจนมากขึ้นค่ะ

“แบบไม่ได้ปัดไฮไลท์แต่อย่างใดค่ะ”

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ

แล้วพบกันใหม่จ้า

บายย

แต่งหน้ากลบฝ้ากระด้วยเครื่องสำอางเซเว่น

สวัสดีค่าทุกคน

คนที่มีปัญหาฝ้ากระเข้มชัดแบบพี่ปิ่นจะรู้กันเลยว่าลำพังรองพื้นกับคอนซีลเลอร์ก็เอาไม่อยู่  เวลาแต่งหน้าก็ต้องกลบหลายชั้นหลายขั้นตอนกว่าจะกริบได้ซึ่งอาจจะใช้เวลานาน และใช้หลายผลิตภัณฑ์ ในบางครั้งก็ดูโบกหนาจนเกินไป ทำให้ดูสูงวัยและไม่เป็นธรรมชาติได้ค่ะ

ปิ่นไม่ได้เก่งอะไรแค่อยากจะมาแชร์วิธีการอย่างง่าย ง่ายทุกอย่างกระทั่งตัวผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ที่หน้าปากซอยแถวบ้าน  แถมวิธีการนี้ยังช่วยประหยัดเวลาและประหยัดเงินได้ด้วยค่ะ

มีงบจำกัดก็สวยด้ายยยยยยยยย

ใครที่อยากดูแบบละเอียด พี่ปิ่นแปะลิงค์ไว้ให้แล้วจ้า

มาดูสภาพ Before อันโหดร้ายก่อน (ขอสุมาเต๊อะ)

สภาพกระ ฝ้า ก็เอาเรื่องอยู่
หลังจากเห็นภาพสะเทือนใจกันไปแล้ว เรามาดูผลิตภัณฑ์ที่ใช้กันดีกว่า

“กองนี้รวมกันก็ยังไม่ถึงสามร้อย กำแบงค์ห้าร้อยไปยังเหลือ”


เริ่มกันเลยเถอะ


อันดับแรกเราต้องปรับสีฝ้ากระกันก่อน ให้ความดำที่กระจายอยู่ทั่วหน้ามาอยู่ใกล้เคียงกับสีผิวเรา และลดทอนความดำให้น้อยลงด้วยค่ะ ปิ่นจะใช้ลิปแมทแบบซองที่มีสีออกส้มๆ แดงๆ ค่ะ

เรามาปรับสีกระฝ้ากันก่อนเลยค่ะ

ใช้ลิปแมท (ต้องแมทเท่านั้น) สีออกส้มๆ แดงๆ แต้มตามจุดที่เป็นกระฝ้า โดยจะปาดไว้ที่หลังมือแล้วใช้นิ้วจิ้มๆ แทนที่จะใช้แอพพลิเคเตอร์ไปโดยตรง เพราะถ้าสีเข้มไปจะแก้ยากค่ะ ตรงที่เป็นฝ้าก็ทาบางๆ ตรงที่เป็นกระเข้มก็เน้นนิดนึง แล้วก็รอให้แห้ง ต้องแห้งสนิทจริงๆนะคะ ไม่งั้นเวลาลงรองพื้นเขาจะละลายสลายไปกับรองพื้นกลายเป็นว่าหน้าเราส้มไปหมดเลยค่ะ

ลงรองพื้น

ลงรองพื้นตามปกติเลยค่ะ ไม่มีอะไรซับซ้อน จะเห็นได้ว่าแค่ลงรองพื้นสีน้ำตาลเข้มของกระฝ้าก็เลือนลงจนแทบจะมองไม่เห็นแล้ว แต่จะมีบางจุดที่เข้มมากๆ ที่อาจจะยังกลบไม่หมด อันนี้เกินเยียวยาเราค่อยไปขั้นตอนถัดไปค่ะ

ลงคอนซีลเลอร์

ลงคอนซีลเลอร์เฉพาะจุด พอมาถึงตรงนี้จุดที่เกินเยียวยาจะเหลือไม่เยอะแล้วค่ะ เราก็แต้มคอนซีลเลอร์ตรงจุดที่ยังเห็นเป็นรอยดำอีกนิดหน่อยไม่มาก เลยทำให้เราไม่ต้องใช้เยอะจนหนาเตอะอีกแล้ว เย้ๆ

ลงแป้งฝุ่น

set ทั้งหมดให้แห้งด้วยแป้งฝุ่นเป็นขั้นตอนสุดท้ายค่ะ กริบ!!!กริบประหนึ่งไม่เคยเป็นกระฝ้า ใช้คอนซีลเลอร์น้อยมากกกกกก ผิวที่ได้ก็ไม่หนาจนเกินไป และไม่ตกร่อง ไม่เป็นด่างดวงด้วยค่ะ

ที่เหลือก็แต่งหน้าตามปกติได้เลยค่ะ

ได้ลุคเบาๆ ใสๆ ไปกินกาแฟถุงหน้าปากซอยแล้วจ้าหวังว่าจะเป็นประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับวันนี้ลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้าค่ะบายจ้า

Try & Test คุชชั่นญาญ่า THE FACE SHOP YEHWADAM HWANSAENGGO BB CUSHION

สวัสดีค่าทุกคน

วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดี มาลองของใหม่ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากกับ

 #คุชชั่นญาญ่า หรือ

THE FACE SHOP 

YEHWADAM HWANSAENGGO BB CUSHION SPF50+ PA+++

ราคา 990

ตลับสวยงาม ใหญ่มากกกกก ทนทานระดับหนึ่ง การดีไซน์แพคเกจมีกลิ่นอายเกาหลีโบราณ งานเนี๊ยบเหมือนทำโดยช่างฝีมือเอกในสมัยโชซอน พี่กุงมามาเพฮาเจ้าคะมากกกก

นอกจากจะมีสารกันแดดที่ให้มาแบบเอามาสู้แดดเมืองไทยแล้ว  ยังเต็มไปด้วยสารบำรุง ที่ช่วยในเรื่องการลดริ้วรอย ให้ผิวดูสดใสอ่อนเยาว์ โดยมีส่วนผสมหลักอย่าง โสมป่า ช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ เห็ดหลินจือ ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้นทำให้ผิวดูมีเลือดฝาด และ ไข่มุก ที่เป็นสูตรลับความงามในราชวงศ์ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส และยังช่วยลดเม็ดสีหมองคล้ำซึ่งเป็นสาเหตุของฝ้าและกระ 

เรียกได้ว่าเป็นคุชชั่นสกินแคร์กันเลยทีเดียว  

ในเซ็ตราคา 990 บาทนั้นเราจะได้ตลับจริง คุชชั่นที่อยู่ในตลับจริง และรีฟิลอีก 1 ค่ะ ถือว่าคุ้มอยู่กับปริมาณ ขนาด และความสวยงามของแพคเกจ

เปิดออกมาข้างในตลับยังคงมีความหรูหราขอบทอง พร้อมพัฟที่เนียนนุ่มอยู่ด้วย

และที่ชอบที่สุดก็เป็นลายตรงฟองน้ำนี่แหละค่ะ ปิ่นเป็นพวกบ้าแพคเกจ ดูเหมือนบ้าบอแต่เรื่องพวกนี้ดึงดูดปิ่นได้ดีมากค่ะ

สีที่วางจำหน่ายมี 3 สีค่ะ  

21 – Light Beige

23 – Natural Beige

25 – Sand Beige

ตอนที่ไปลองที่ shop มีแค่ 23 กับ 25 เท่านั้น ปิ่นเลยไม่สามารถบอกได้ว่าเบอร์ 21 เป็นสีระดับไหน แต่ที่แน่ๆ คือสี 23 กับไฟ Shop เข้ากันกับสีผิวตรงบริเวณกรามได้เกือบพอดี และสี 25 คือเข้มมาก ใครเป็นสาวผิวแทนสามารถใช้ได้ค่ะ

Undertone Natural ค่ะ อยู่ตรงกลางระหว่าง Cool tone กับ Warm tone ทั้งเหลืองทั้งชมพูว่างั้น ส่วนใหญ่งานคุชชั่นของเกาหลีที่เข้าไทยมักจะไม่ได้คิดเผื่อเฉดสีที่คนส่วนใหญ่ในไทยใช้กัน พูดง่ายๆ เลยก็คือเฉดเขามักจะขาวไป เข้มสุดของเขาก็ปานกลางบ้านเราเท่านั้น แต่ในครั้งนี้เขาทำสีออกมาได้ครอบคลุมกับสีผิวชาวไทย แม้ว่าสีจะไม่เยอะ แต่ก็เป็นโทนผิวส่วนใหญ่ของคนประเทศบ้านเราค่ะ

ปิ่นเคยใช้คุชชั่นรุ่นอื่นของ The face shop ค่ะ ไปได้มาจากเกาหลี ซึ่งทำออกมาไปทางขาวซะมาก และค่อนข้างติดชมพู สำหรับคนที่มี Under tone เป็น Warm tone เวลาใช้จึงกลายเป็นหน้าลอยและหมองคล้ำระหว่างวันไป แต่กับปิ่นไม่ได้มีปัญหาเรื่องนั้นเท่าไร และรุ่น YEHWADAM HWANSAENGGO BB CUSHION นี้เขาก็ยังมีสีติดแดงมาเช่นเคย แต่น้อยลงค่ะ

ปิ่นเป็นคนผิวผสมค่อนไปทางมัน แห้งบริเวณใต้ตา ในการลองทดสอบครั้งนี้ ปิ่นลงสกินแคร์ตามรูทีนปกติ แล้วก็ลงคุชชั่นเลยโดยไม่ใช้ Primer คุมมัน และอะไรที่คุมมันทั้งสิ้น มีแค่เซ็ตแป้งฝุ่นบางๆ ให้เขาอยู่กับที่ เพื่อให้รู้ประสิทธิภาพต่างๆ ของเขา และเพื่อประเมินว่าครั้งถัดไปเราควรใช้อะไรถึงเท่าไรบ้าง และนี่คือ Finished ผิวที่ได้ค่ะ

finished ผิวที่ได้

ความฉ่ำวาวนี้ อื้อหื้อมากๆ ไม่ได้ลงไฮไลท์อะไรด้วย

เนื้อคุชชั่นมีความบางเบา เกลี่ยง่าย แต่มีความหนึบหนับเคลือบอยู่ที่ผิวเหมือนทาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมอัดแน่นบำรุงก่อนนอน ระดับความปกปิดปานกลาง แต่บิ้วท์เพิ่มได้จนสามารถทำให้รอยดำของกระฝ้าแทบจะมองไม่เห็น แล้วที่สำคัญเพราะความเบาหวิวของเนื้อคุชชั่นเขาไม่ไปกองตรงบริเวณร่องรอยความชราของปิ่นเลย 555 ไม่ว่าจะใต้ตา หรือร่องน้ำหมากที่มีอยู่ข้างแก้ม รวมไปถึงเส้นตรงหน้าผากต่างๆ อันนี้ประทับใจมากจริงๆ ค่ะ ทาออกมาฉ่ำโบ๊ะ เป็นสาวโคเรีย ผิวเรียบเนียน ฟินิชสวยรู้สึกเหมือนเป็นหญิงชั้นสูง 555

ผ่านไป 4 ชั่วโมง

แต่หลังจากผ่านไป 4 ชั่วโมง ความมันเริ่มมาเยือน มาเยือนเยอะมากด้วย จากตรงนี้ก็พอสรุปได้ว่าน้องเขาไม่คุมมัน 555 ดังนั้นสาวๆ ผิวแห้งต้องเลิฟมากแน่นอน ส่วนสาวผิวมัน และผิวผสมค่อนไปทางมันอย่างปิ่น ถ้าอยากใช้จริงๆ ก็ต้องหาตัวช่วยเพิ่มด้วยผลิตภัณฑ์คุมมันต่างๆ ค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ

วันนี้ขอลาไปก่อน

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

บาย

PERTHCHY Eyeliner เส้นคมพริ้วไหวเหมือนมีชีวิต!

สวัสดีค่ะทุกคน

วันนี้จะขอแนะนำ Eyeliner ติดทนอีกตัวที่ตอนนี้พี่ปิ่นต้องพกติดกระเป๋าไว้เสมอ นั่นคือตัวนี้ค่ะ

Perthchy Eyeliner Soothing #Black

เพิร์ทชี่ อายไลเนอร์ ราคา 169 บาท

คุณสมบัติ

  • สูตรกันน้ำ กันเหงื่อ และความมันบนใบหน้า
  • ติดทนนาน 24 ชั่วโมง
  • ออนโยน ปลอดภัยต่อผิวหนังบริเวณขอบตา
  • ปลายพู่กันนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น

ตัวด้ามเป็นสีทอง สไตล์ฟาโรห์คลีโอพัตราไปอีก หัวเขียนเป็นแบบปากกาเมจิกปลายแหลมค่ะ

จากที่ลองเขียนสามารถเขียนเส้นหนักเบาได้ ปลายแหลมคม สีดำชัดเจน


ตามคำเคลมคือติดทน กันน้ำและความมัน เราลองทดสอบคุณสมบัติเหล่านี้ดูดีกว่าค่ะ

ปิ่นได้นำฟองน้ำชุบน้ำชุ่มๆ แบบไม่บีบน้ำออกด้วยนะ ถูลงไปเลย ถูๆๆๆๆๆ ลงแรงแบบไม่ยั้ง

แล้วดูผลลัพธ์

ถูจนแขนแดงกันเลยทีเดียว พบว่าไม่มีหลุด แค่มีบางจุดที่สีจางลง ต้องยอมรับว่าปิ่นถูแรงจริงๆ ซึ่งในความเป็นจริงคงไม่มีใครขยี้ตาฮาร์ดคอร์กันขนาดนั้น

ทีนี้ปิ่นจะแบ่งครึ่งหนึ่งทดลองเช็ดด้วย Cleansing Water ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน เพื่อดูว่าเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายหรือไม่ เพราะถ้าล้างออกยากเราอาจต้องลงแรงในการถูเปลือกตาซึ่งนำไปสู่สาเหตุริ้วรอยบนดวงตาได้ค่ะ ติดทนได้แต่ควรล้างง่ายด้วย

จะเห็นได้ว่าติดทนถึงขั้นต้องเช็ดออก 3 รอบถึงจะเกลี้ยง แต่ถ้าใช้ Remover ที่มีส่วนผสมของน้ำมันแปะค้างไว้จะออกง่ายกว่านี้ค่ะ

ส่วนอีกครึ่งปิ่นลองเอาน้ำมันมะพร้าวผสมน้ำนิดหน่อยเช็ดดูเพื่อทดสอบการกันความมันบนใบหน้า

ถูประมาณ 2-3 ครั้งถึงหลุดออกค่ะ ซึ่งในแต่ละครั้งปิ่นแปะสำลีทิ้งไว้นับ 10 แล้วเช็ดออก ถือว่าหลุดออกยากอยู่แต่ก็หลุด ถือว่าเป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ความมันของน้ำมันจะเข้าไปทำปฏิกิริยาดึงเอาเส้น Eyeliner ให้หลุด ถ้าไม่หลุดเลยปิ่นมองว่ามันจะมีปัญหาตอนล้างออกได้ ดังนั้นคนหนังตามันอาจจะต้องคอยซับความมันบนเปลือกตาออกระหว่างวันร่วมด้วยค่ะ


ทีนี้ลองมาแต่งตากันดูดีกว่า ครั้นจะเขียนแบบธรรมดาก็กลัวจะไม่เห็นประสิทธิภาพ เลยแต่ง look ผีเสื้อ…สมุทร ให้ทุกคนตัดสินเอาเองเรื่องเส้นสายลายเส้นที่รังสรรค์ด้วย PERTHCHY ค่ะ

ซูมดูใกล้ๆ กันดีกว่าเพื่อจะได้เห็นประสิทธิภาพกันชัดๆ

ความรู้สึกหลังใช้
ตัวฟองน้ำที่เป็นเมจิกปล่อยน้ำ eyeliner ได้อย่างต่อเนื่องไม่มีอุดตันเลยค่ะ ซึ่งโดยปกติที่ปิ่นเคยใช้ส่วนใหญ่ eyeliner ที่เป็นหัวฟองน้ำมักจะอุดตันเพราะผง eyeshadow ทำให้เขียนไปไม่กี่ทีน้ำหมึกก็ไม่ออกแล้ว แต่ PERTHCHY สามารถเขียนทับ Eyeshadow สีดำเข้มตัดเส้นออกมาได้อย่างโดดเด่น นอกจากนี้ยังสามารถลงเส้นหนักเบาได้อย่างอิสระ ตรงจุดที่ต้องการเส้นหนาก็ทำได้ ตรงส่วนที่ต้องการให้เป็นเส้นเล็กและแหลมก็ทำออกมาได้ดี คมชัด สีดำ ที่สำคัญติดแน่นด้วยค่ะ 


แต่…

ตามความรู้สึกส่วนตัวปิ่นไม่ชอบความดำเงามันของ Eyeliner เพราะมันจะดูลอยๆ หลอกๆ อยากให้ Finished look ของ eyeliner เป็นสีดำแบบแมทมากกว่าเนื่องจากจะทำให้สามารถแต่งตาออกมาได้หลายทางและครอบคลุมแทบทุก Look ถ้าทำออกมาได้ทั้งแบบเงามัน และแบบดำแมทได้จะเลิศมากค่ะ​

หาซื้อได้ที่

FB : @perthchycutiest 

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน

เจอกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

บาย

โคฟเป็นผีซอมบี้ในซีรีย์ Kingdom Halloween2020

สวัสดีค่ะทุกคน

พี่ปิ่นยังไม่หมดคอลเลคชั่นแต่งหน้าผีในช่วงเดือนเทศกาลฮัลโลวีน และนี่คือคอลสุดท้ายของเดือนนี้แล้วค่ะ 555 (อดทนกันหน่อยนะคะ ฮี่ๆ)

คราวนี้พี่ปิ่นขอโคฟเป็นผีซอมบี้ซีรีย์ในตำนานที่ทุกคนยอมอดทนรอดูกันข้ามปี ออกปีละ 6 ตอนซึ่งนั่นก็คือ KINGDOM นั่นเองจ้า

ซึ่งซอมบี้ในเรื่อง KINGDOM จะมีความแตกต่างจากซอมบี้ทางฝั่งตะวันตกมากทีเดียว คือจะยังมีความเป็นคนอยู่ แต่สีผิวจะเปลี่ยนเป็นคล้ำขึ้นคล้ายคนโดนพิษค่ะ

สำหรับใครที่อยากดูแบบละเอียด สามารถเข้าไปดูในคลิปได้เลยค่ะ

ขออนุญาตแปะคลิปจ้า

แน่นอนว่าการติดเชื้อซอมบี้ย่อมเกิดจากการถูกกัด ดังนั้นวันนี้พี่ปิ่นจะมาสอนทำแผลปลอมแบบง่ายๆ พอใช้ได้ให้ดูซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ

– แบบที่ใช้กาวลาแท็กซ์ธรรมดาในร้านเครื่องเขียน
– แบบที่ใช้กาวลาแท็กซ์ที่เป็นยางพาราซึ่งมีไว้สำหรับการแต่งหน้า FX โดยเฉพาะ

มาดูวิธีการกันค่ะ

สิ่งที่ต้องใช้

– กาวลาแท็กซ์ยี่ห้อใดก็ได้ แต่! “ต้องเป็นแบบปลอดสารพิษ” เท่านั้นค่ะ
 ***หากใครแพ้ง่ายข้ามไปเลยค่ะ อย่าหาทำ***
– น้ำเปล่า
– แป้งทำแพนเค้ก แป้งทำขนม
– ถ้วยกระดาษ

จะหายากหน่อยนะคะ 555

เอาส่วนผสมทุกอย่างมาใส่รวมกันแล้วคนๆ (ไม่มีอัตราส่วนค่ะ) ไม่ต้องใส่เยอะ ใส่อย่างละนิดละหน่อย เอาจนข้นเหนียวเกือบแห้งแบบในภาพเลยค่ะ

อีกฝั่งหนึ่งพี่ปิ่นก็ใช้กาวของ Ben Nye มาผสมกับแป้งแพนเค้กแล้วก็กวนๆ เหมือนกันค่ะ

เสร็จแล้วหาภาชนะแบนๆ มา แล้วเอาขนม เอ๊ย ส่วนผสมแผลปลอมตักวางลงไป

– เอากาวที่ผสมไว้โปะลงบนภาชนะ
– ใช้ช้อนส้อมกุยให้เป็นร่องคล้ายแผลที่โดนกัด (อันนี้ต้องใช้จินตนาการนิดนึง)
– ใช้นิ้วจุ่มกาวที่ผสมน้ำไว้มาแตะตรงบริเวณขอบแผลแล้วรูดลงให้กลืนกันกับขอบโดยทาตรงขอบให้แผ่กว้าง ตรงนี้จะเป็นผิวหนังที่เอามาแปะกับผิวจริงของเราค่ะ

ส่วนแผลปลอมที่ทำจากกาว Ben Nye ก็ทำเหมือนกันค่ะ

หลังจากทิ้งไว้ให้แห้งแล้วก็มาถึงเวลาเอาออกกัน

– ใช้แป้งเด็กโรยให้ทั่ว
– ค่อยๆ แซะออกโดยใช้แปรงพุ่มใหญ่คอยปัดเอาแป้งไปเลี้ยงด้านล่างเพื่อป้องตัวกาวที่เป็นส่วนหนังติดกัน

หลังจากนี้มาแต่งหน้ากันค่ะ !

STEP

: แปะแผล

หาตำแหน่งที่ชอบๆ ทากาวแล้วเอาแผลปลอมแปะลงไปเลยค่ะ ใช้สำลีและคัตตอลบัตจุ่มกาวแล้วค่อยๆ ทาตรงขอบไปทีละนิดให้แนบสนิทไปกับผิว ตรงไหนที่เกินหน้าเกินตาก็ค่อยใช้กรรไกรตัดออกค่ะ

TEP

: ทำผิวเน่าเปื่อย

เอากาวลาแท็กซ์มาทาให้ทั่วไปหน้าเว้นรอบดวงตาไกลๆ เลย รอแห้ง แล้วหาแหนบมาค่อยๆ ขูดให้กาวขาดเป็นดวงๆ แหว่งๆ เหมือนผิวเราตอนหน้าหนาวที่ไม่ทาครีม

STEP

: แต่งแผล

ใช้ลิปสติกสีแดงสดมาผสมกับอายไลน์เนอร์แบบครีมสีดำแล้วทาไปตรงร่องแผลเหมือนในรูป

STEP

: ตกแต่งรอบแผล

ใช้ลิปสติกสีนู้ดผสมกับลิปสติกสีแดงอมส้มแล้วทาไปรอบๆ แผลเหมือนในรูปค่ะ

 STEP

: ลงรองพื้นแบบดีด

เป็นผีจะหน้าเนียนได้ไง นำรองพื้นสีเข้มไปผสมกับน้ำ ถ้าไม่เข้มพอก็ผสมอายชาโดสีน้ำตาลเข้มลงไป แล้วเอาแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้ใช้มาจุ่มแล้วดีดใส่รอบๆ แผลและทั่วใบหน้า

STEP

: แต่งหน้าให้เป็นซอมบี้

ใช้อายชาโดสีแดงก่ำๆ ผสมกับสีน้ำตาลเข้ม แต้มไปตามจุดผิวปลอมที่เราขูดเป็นรูๆ ขาดๆ แล้วใช้สีเดียวกันระบายให้ทั่วเปลือกตา ย้ำโดยการใช้สีดำทาให้ชิดรอบดวงตา

STEP

: เขียนเส้นเลือด

1. ใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเข้มมาวาดเส้นเลือดกันค่ะ เหมือนผีติดเชื้อจ้า 2. ใช้อายชาโดวสีน้ำตาลระบายทับให้ดูฟุ้งๆ 3. ใช้อายไลน์เนอร์สีน้ำตาลเขียนทับอีกที

STEP

: ทาเลือด

ใช้เลือดปลอมที่ทำไว้มาระบายตรงแผลและปาก

ขออนุญาตแปะลิงค์ทำเลือดปลอมค่ะ
ง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ววววววว

สร็จแล้วจ้าาาาาา

มาดู Finished Look กันค่ะ!

เห็นองค์รัชทายาทไหมคะ มีเรื่องต้องทูลท่านว่าหมอซอบีเจอต้นตอของการเป็นโรคร้ายแล้วเจ้าค่ะ!!!

55555

เป็นอย่างไรบ้างคะ
หวังว่าจะเหมือนและไม่หลอนจนเกินไปเนาะ 555

สำหรับวันนี้พี่ปิ่นขอลาไปก่อน
ต้องรีบไปถ่าย Season 3 กองถ่ายรออยู่ค่ะ 555

บายยยยยยย