primer ไหนที่ว่าดี พี่ขอลองงงง

สวัสดีค่ะทุกคน

หลายๆ คนคงอยากรู้ว่าไพรเมอร์นั้นสำคัญไฉน แล้วมีไพรเมอร์ตัวไหนที่ใช้แล้วทำให้ผิวสวย คุมมันได้บ้าง ไปดูคลิปกันจ้า พี่ปิ่นรวบรวม สรุปไว้ให้แล้วค่า

หากใครมีตัวอื่นอยากแนะนำ มาแลกเปลี่ยนกันค่ะ เราเองก็อยากรู้เหมือนกัน จะได้พากันหน้าเป๊ะ สวยปังไปด้วยกันจ้า

how to แต่งตาง่ายๆ ให้หางตาดูยก สำหรับคนหางตาตก

สวัสดีค่า

สำหรับวันนี้ใครที่มีปัญญหาหางตาตก แต่งตาออกมาแล้วดูเศร้าหมอง มาดูคลิปนี้เลยจ้า

แต่งตาอย่างไร ให้ตาตาดูยกสูงขึ้น ด้วยเครื่องสำอางเพียง 2 ชิ้น

ง่ายมากกกก ง่ายที่สุดแล้ว และช่วยแก้ปัญหาทำให้การแต่งตาดูสวยขึ้นด้วยค่ะ

สำหรับวันนี้ลาไปก่อน

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

บาย

ผ่อนคลายไปกับถุงหอม PANPURI

สวัสดีค่ะทุกคน

ไม่คิดว่าถุงหอมจะทำให้จิตใจเราสงบและช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น ช่วงที่นอนไม่หลับและมีความเครียดสะสม มีน้องคนหนึ่งแนะนำถุงหอมของ PANPURI ไอ้เราตอนนั้นก็คิดว่าถุงหอมเนี่ยนะจะช่วยเรื่องพวกนี้ได้

แต่เรามันก็พวกชอบลองก็เลยได้น้องทั้งสองมาอยู่ที่บ้านด้วยค่ะ

เขาแพคมาให้เป็นกล่องค่ะ พอเปิดกล่องมาก็จะเจอกับถุงผ้าไหมและซองสีดำแบบนี้

พอฉีกซองก็จะมีถุงอยู่ด้านในอีกที ซึ่งด้านในคือ เม็ดกระจายความหอมที่ทำมาจาก Natural Volcanic Stones ช่วยกระจายกลิ่นหอมให้ฟุ้งอย่างสม่ำเสมอแล้วถุงหอมก็ถูกออกแบบมาให้ค่อย ๆ ปล่อยกลิ่นหอมออกมา มีอายุการใช้งาน 3 เดือน

เราก็แค่จับถุงก้อนน้ำหอมใส่เข้าไปในถุงผ้าไหมแล้วเอาไปวางตามที่ต่างๆ ที่เราต้องการได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น หัวเตียง โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ ในรถ ที่ไหนก็ได้ที่เราอยู่กับตรงนั้นบ่อยๆ แล้วต้องการความผ่อนคลาย

ปิ่นเลือกมา 2 กลิ่น ถุงสีเขียวคือ 

Haze of Grass Perfume Sachet 

ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกัญชา เขานำเอา Essential Oils มาสร้างจนเป็น Cannabis Terpenes Fingerprint กลิ่นจากธรรมชาติ 100% ที่ใกล้เคียงกับ Terpenes ของกัญชามากที่สุด

น้องถุงเขียวจะมีกลิ่นเปรี้ยวหวานไปทางตะไคร้และซีตรัส ถ้าหลับตาดมเขาจะมีความนุ่มลึกเป็นกลิ่นจำพวก Sandalwood กับ Amber ด้วย เพิ่งมารู้ทีหลังว่ามีด้วย 

ประเด็นคือปิ่นดมกลิ่นแล้วรู้เลยว่าต้องเอาไปวางไว้ในห้องน้ำ ไม่ใช่เพื่อดับกลิ่นอะไรเลย แต่อิฉันเป็นคนที่จะใช้เวลาอยู่กับตัวเองในห้องน้ำนานที่สุด คิดนู่น คิดนี่ อะไรไปเรื่อยเปื่อยจนสุดท้ายก็ไม่ได้พัก คิดถูกมากที่เอาน้องถุงเขียวไปไว้ในนั้น กลิ่นเขาอวลอยู่เต็มห้องน้ำเหมือนได้นอนอยู่ในสปา เวลาน้ำฝักบัวไหลรดกายพร้อมกับได้กลิ่นน้องเขาแล้วเนี่ย มันรู้สึกผ่อนคลาย กระจ่าง สว่าง แต่สงบ ได้เคลียได้รีเซ็ทสมอง ความคิดมันว่างเปล่าทันทีที่ได้กลิ่น และการหยุดคิดไป 2-3 นาที อยู่กับสายน้ำและกลิ่นหอม มันเหมือนได้นอนหลับเต็มอิ่ม ทันใดนั้นเองอิฉันก็ได้โปรเจคใหม่ๆ และวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ได้ในบัดดล 555

ส่วนน้องถุงน้ำเงินคือ 

Andaman Sails Voyage of Curiosities Perfume Sachet

เขามีกลิ่นหอมสดชื่นจากมะกรูด ชาเขียว และอบเชย ตามด้วยกลิ่นไม้จันทน์หอม ดมกลิ่นครั้งแรกรู้สึกถึงห้องนอนตัวเอง ได้กลิ่นแล้วอยากนอนจริงๆ 555 เพราะห้องนอนเราทาด้วยสีน้ำเงินเข้มเหมือนกันกับน้องถุงหอม เราชอบคิดว่าตัวเองเป็นปลาวาฬ แล้วน้องถุงหอมสีน้ำเงินนี้ดมแล้วได้ฟีลเหมือนทะเลคลื่นสงบในยามเช้าเลยค่ะ

เลยเอาไปวางไว้หัวนอนเพราะมีปัญหานอนไม่ค่อยหลับ อาจจะเพราะกลิ่นอุ่นๆ ของไม้จันทน์หอมกับอบเชยล่ะมั้งที่เราว่าเขาคล้ายลาเวนเดอร์อยู่หน่อยๆ พอดมปุ๊บ ง่วงนอนปั๊บ 555 ตอนนี้คือหัวถึงหมอนนับ 1 ยังไม่ถึง 10 ก็ฝันว่าไปว่ายน้ำอยู่ในทะเลลึกแล้วค่ะ หลับสบาย ผ่อนคลายมากๆ ตี่นเช้ามาสดใสมากเลยค่ะ

ถ้าทำให้ผ่อนคลาย หายเหนื่อยได้ขนาดนี้ รู้งี้ใช้นานแล้วจ้ะ

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าค่า

บาย

ลาก่อนหวีซี่ที่รัก yao หวีที่มากกว่าหวี

สวัสดีค่าทุกคน

หวีที่ดีเป็นยังไง? คำถามนี้ไม่เคยผุดเข้ามาในหัวเลยค่ะเพราะคิดว่าหวีซี่อันละ 10 บาทก็ใช้ได้ดี จนกระทั่งปิ่นได้ผันตัวเองเข้ามาในวงการทำสีผมเพื่อปิดหงอกตามวัย โอ้โห้ หวีซี่ที่รักก็กลายเป็นศัตรูตัวฉกาจในบัดดล กินผมอิฉันเละเทะ แถมขูดหนังหัวจนแสบ ตอนนี้หนังหัวปิ่นบอบบางกว่าแต่ก่อนเพราะทั้งฟอกสีผม ย้อม บางทีมียืดด้วย ผมเลยเสียแล้วก็พันกันง่าย แห้งฟูจัดทรงยาก เยอะสิ่งมาก 555 สุดท้ายเลยยอมลงทุนกับหวีและแปรงสักอันสองอัน โอ้โห้! ชีวิตเปลี่ยน!

yao 

moving circle boar brush

and

moving vent brush

ปิ่นได้น้องคนนี้มาก่อนค่ะ yao moving circle boar brush แปรงหวีผมอันนี้นี่แหละที่ทำให้ mine set เรื่องหวีของปิ่นเปลี่ยนไปเลย!  

เพราะมีหลายเทคโนโลยีในหวีแปรงรุ่นนี้มาก อันดับแรกเลยเป็นจนหมูป่า ตอนแรกจับๆ เอ้ยมันแข็ง แต่เพราะดีไซน์ทำออกมาให้สามารถรองรับแรงกด และสามารถยืดหยุ่นรับกับความโค้งมนของหัวเราได้ ขนแปรง 2 ชั้นที่เป็นปุ่มไนลอนเขาจะโดนหนังหัวเราก่อน พอมีแรงกดด้วยดีไซน์ทำให้หนังหัวไม่ได้รับความรุนแรง แต่กลับรู้สึกเหมือนโดนนวดอยู่ ฮือ จะร้องปิ่นไม่แสบหนังหัวเวลาหวีผมด้วยแปรงของ yao เลย

ส่วนขนหมูป่าที่อยู่ชั้นที่ 2 ก็ช่วยสางผมชนิดเส้นต่อเส้นแบบไม่กระชาก และไม่ทำให้ผมขาด แถมตอนหวีก็ไม่มีไฟฟ้าสถิตย์ด้วยอันนี้เลิฟ ทำให้ผมเรียบเรียงตัวกันสวยงาม เพราะเขาบอกว่าขนหมูป่าจะทำให้น้ำมันธรรมชาติของผิวหนังคนเกาะตัวไปกับหวีได้ เวลาหวีน้ำมันเหล่านี้ก็ไปชโลมเส้นผมไปอีกหวีเสร็จแล้วผมเรียบแป้ เซ็ตทรงเรียบร้อยเลย

อ้อ เขาสามารถใช้คู่กับไดร์เป่าผมได้ค่ะ ขนแปรงและด้ามทนความร้อนได้ดีและมีร่องให้ลมผ่านได้อีก 

แต่! รุ่นนี้ใช้กับผมเปียกได้ไม่ถนัดนัก ปิ่นก็เลย! ได้น้องมาอีกคน 

yao 

moving vent brush compact

คุณสมบัติน้องเหมือนพี่ใหญ่ทุกอย่าง แค่ไม่มีขนหมูป่าค่ะ ยืดหยุ่น รองรับแรงกด ไปตามความโค้งของหัว ที่ซี่แปรงเป็นปุ่มไม่ทำลายหนังหัวจะมีเคลือบสารแอนตี้แบคทีเรียด้วยค่ะ ทำให้ไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค ใช้กับไดร์เป่าผมได้ และใช้ได้ทั้งตอนที่ผมเปียกและแห้งค่ะ

แบบ compact ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวกเท่าตลับคุชชั่นเอง มีถุงผ้าแถมมาให้ด้วย ก็เอาน้องเขาใส่ถุงผ้าแล้วพกใส่ไว้ในกระเป๋า จะขึ้นวิน ลงเรือก็หยิบเอาน้องเขามาจัดทรงผมได้เสมอเลย

ดูผมก่อนหวี กับหลังหวีด้วยแปรง ผมปิ่นดูเงางามขึ้นเฉยเลย ขนาดว่าภาพก่อนหวีปิ่นพรมสเปรย์และน้ำมันบำรุงเส้นผมไปแล้วนะ แต่ก็ยังแห้งฟูและยุ่งเหยิง

ปิ่นเลยมักใช้น้องเล็กคนนี้หลังสระผมเสร็จ แล้วก็ใช้พี่ใหญ่ moving circle boar brush เก็บรายละเอียดผมไม่ให้แห้งเป็นฟางข้าวโพด ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วดูผมที่ได้หลังจากหวีเสร็จ ฮือออออ เรียบร้อย สวยงาม ผมร่วงน้อยมาก และที่สำคัญนุ่มหนังหัวมากค่ะ

ในที่สุดก็ได้รู้ซึ้งกับความหมายของหวีที่ดีแล้วจ้า ยอมลงทุน! 

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้า

บายจ้า

COSMOPOP ป๊อปขนตาให้หนาฟู

สวัสดีค่ะทุกคน

แม้ว่าเราจะใส่แมสก์ไปไหนต่อไหน แต่ก็ไม่ได้ทำให้พี่ปิ่นแต่งหน้าน้อยลงเลยค่ะ กลับกัน พี่ปิ่นชอบแต่งตาให้ดูเฉี่ยวคมเพื่อชดเชยส่วนของแก้มและปากที่ถูกบดบังด้วยแมสก์ไป ซึ่งน้องคนนึงที่จะช่วยเบิกเนตรดูโดดเด่นก็คือมาสคาร่าค่ะ และในวันนี้ก็อยากจะมาแนะนำอีกหนึ่งมาสคาร่าที่พี่ปิ่นใช้แล้วต้องบอกต่อ ราคาดี ทุกคนต้องไม่พลาดไอเทมนี้!

cosmopop

Super Curl & Volume Mascara

119 THB

เป็นมาสคาร่าที่จะทำให้ขนตา หนา งอน เด้ง ไม่มีตก เพิ่มวอลลุ่มให้ขนตาหนาตั้งแต่ครั้งแรกที่ปัด ด้วยหัวแปรงปัดชนิดพิเศษ ปัดง่าย เข้าถึงขนตาได้ทุกเส้น ช่วยยกขนตาให้โค้งงอน เด้งขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันน้ำ กันเหงื่อ ไม่เลอะเปื้อนรอบดวงตาระหว่างวัน

หัวแปรงมีซี่เรียงซ้อนกันค่อนข้างถี่ และตัวซี่แปรงก็เล็กและยาวซึ่งตรงนี้แหละที่จะช่วยช้อนขนตาได้ทุกเส้น งัดให้เด้งสวยได้ดั่งใจ

มาดูขนตาก่อนปัดกันค่ะ พี่ปิ่นมีขนตายาวกลางๆ ไม่สั้น แต่ก็ไม่ได้ยาวมากจนเห็นได้ชัดขนาดนั้น คือถ้าไม่ปัดมาสคาร่าก็จะไม่เห็นค่ะ ดังนั้นก่อนปัดจึงต้องดัดขนตาให้งอนเด้งกันเสียก่อน

หลังจากที่ได้ปัดมาสคาร่าของ cosmopop รอบแรก ขนตาก็ดูยาวและหนาขึ้นมาเลยค่ะ เห็นชัดมาก เทียบให้ดูกับอีกข้างที่ยังไม่ได้ปัดเลย

และนี่คือการปัด 2-3 ครั้งค่ะ ในการปัดแต่ละครั้งพี่ปิ่นว่าเขาค่อนข้างแห้งเร็ว ไม่เปียกจนไปเปรอะที่เปลือกตาซึ่งคุณลักษณะแบบนี้พี่ปิ่นว่าดีสำหรับวันเร่งรีบหรือสำหรับมือใหม่หัดปัดค่ะ แต่พอจะปัดรอบ 2 หรือ 3 เขาจะแข็งเกินไปปัดซ้ำได้แต่ไม่ได้ทำให้หนาขึ้น แต่ในเรื่องของความยาวสามารถต่อออกไปได้เรื่อยๆ ค่ะ ดูได้ที่ขนตาล่าง ฮือออออ เป็นแพสวยมาก!  ส่วนขนตาบนก็ฟูหนาสวยได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ปัดแล้วค่ะ

ในระหว่างวันก็ไม่ละลายสลายหายไป เขาคงอยู่บนขนตาแบบนั้นไม่เปรอะขอบตาจนกลายเป็นแพนด้าเลยค่ะ พูดง่ายๆ คือจะไม่หลุดจนกว่าเราจะอนุญาต!

ทีนี้มาพิสูนจ์เรื่องกันน้ำที่เคลมมา ทางด้านซ้ายพี่ลบออกด้วย eye remover ซึ่งก็ออกได้โดยง่ายเลยค่ะ แต่กับน้ำล่ะ?! อ่ะมาดู ฉีดน้ำเข้าไปเอาให้ชุ่มๆ ไหลกันเป็นสายเหมือนน้ำตกทีลอซู

เดินไปเดินมาในบ้านอยู่พักหนึ่งเขาก็ไม่ละลายลงมาแต่อย่างใด เนี่ยยังมีน้ำเกาะอยู่ตรงขนตา ขนคิ้ว เขาก็ไม่ละลายลงมาจริงๆ ประสิทธิภาพเรื่องกันน้ำ ผ่าน!

เห็นแบบนี้ใช่ว่าเขาจะหนึบจนล้างออกยากนะคะ แม้ว่าเขาโดนน้ำแล้วจะไม่ละลายออก แต่ถ้านิ้วรูดเขาก็จะออกมาเป็นใยๆ แบบนี้ ซึ่งพี่ปิ่นชอบมาสคาร่าแบบนี้มาก เราไม่ต้องเสียเวลาในการล้างเขาออกนานขนาดนั้น บางทีบางยี่ห้อล้างหลายรอบมาก คิดว่าสะอาดแล้วแต่พอตื่นมาเป็นคราบติดอยู่ตรงขอบตาล่างเต็มไปหมด อีกทั้งถ้าล้างหลายรอบผิวรอบดวงตาก็อาจช้ำและเป็นริ้วรอยได้ง่ายด้วย คุณสมบัติติดทนอ่ะดี แต่ก็ไม่ควรล้างออกยากเกินไปด้วย ซึ่ง cosmopop สามารถล้างออกได้หมดจดอย่างง่ายดายเลยค่ะ

แม้จะติดทนในทุกสภาวะอากาศ แต่การล้างออกง่ายก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเขาก็ออกง่ายด้วยการล้างด้วย eye remover ค่ะ

กลายเป็นอีกมาสคาร่าอีก 1 ไอเทมที่ตอนนี้พี่ปิ่นใช้ทุกวันไปแล้วค่ะ เพราะทำให้ขนตายาวขึ้น หนาฟูขึ้น อีกทั้งยังกันน้ำ กันเหงื่อ และล้างออกง่ายมากด้วยค่ะ

สามารถหาซื้อได้ที่

CJ Supermarket

Facebook page Cosmopop Cosmetics

Line @Cosmopop

#CosmopopCosmetics #CosmopopSuperCurlandVolumeMascara #มาสคาร่าตัวแม่ #เด้งงอนเหมือนติดขนตาปลอม

สำหรับวันนี้พี่ปิ่นขอลาไปก่อน

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้า

บาย

Skin Regimen Facial Cleansing Cream ล้างสะอาดหมดจดในหลอดเดียว

สวัสดีค่ะทุกคน

พี่ปิ่นเป็นคนที่ชื่นชอบการแต่งหน้าแบบ…หนักหน่วง ฮ่าๆ การที่ต้องคอยมาทำความสะอาดหน้าก็ถือเป็นงานหนักไม่แพ้ตอนแต่งเลยค่ะ หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ล้างไม่สะอาดหมดจดแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าสิวอุดตันและผิวที่ช้ำจากการเสียดสีเพราะล้างมากเกินไปต้องเป็นปัญหาตามมาแน่ๆ ค่ะ

เมื่อเร็วๆ นี้เองพี่ปิ่นได้มีโอกาสทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งที่เขาบอกว่า “ใช้แค่หลอดนี้แหละ” สะอาดหมดเกลี้ยงไม่เชื่อลอง เอ้า! ไอ้เรามันก็พวกชอบรับคำท้า ว่าแล้วก็เลยเอาเจ้าหลอดเนี่ยมาลองใช้ดูค่ะ

skin regimen 

facial cleansing cream 

1,400 THB

ครีมล้างหน้า All in one ที่สามารถชำระเครื่องสำอาง ฝุ่น และสิ่งสกปรกต่างๆออกจากผิวอย่างหมดจด รวมทั้ง PM 2.5 ด้วย เป็นเนื้อครีมที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้ง อุดมด้วย Longevity Complex มีกลิ่นหอมเป็นธรรมชาติ 100% ที่ช่วยปรับสมดุลและคืนชีวิตชีวาให้ทั้งร่างกายและจิตใจ

 

ปราศจากน้ำหอมสังเคราะห์

ปราศจากซิลิโคน

ปราศจาก SLES หรือ SLS

ประกอบด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 89.5%

เหมาะกับผิวทุกประเภท ยกเว้นผิวที่เซ็นส์ซิทีฟเป็นพิเศษ

เนื้อของเขาก็จะออกแนวครีมค่อนข้างเหลว มีกลิ่นหอมซีตรัสที่สดชื่น

วิธีใช้ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรค่ะ แค่ผสมน้ำแล้วถูให้เกิดฟอง ซึ่งฟองก็จะเป็นลักษณะประมาณนี้ ไม่ได้เยอะมากมายอะไรเพราะเขาปราศจาก SLES หรือ SLS หรือสารที่ทำให้เกิดฟองนั่นเองค่ะ แต่ต้องหลีกเลี่ยงอย่าให้เข้าตาค่ะ

พี่ปิ่นใช้เขาล้างหน้าเช้า-เย็น ในวันปกติที่มีทั้งแต่งหน้าบางๆ กับไม่แต่งหน้า แต่ถึงอย่างนั้นแล้วก็มีการทาครีมกันแดดอยู่ทุกวันซึ่งเขาจะยังคงเหลืออยู่บนผิว ต้องล้างออกให้สะอาด ไม่อย่างนั้นก็อาจก่อให้เกิดสิวอุดตัน ผด ผื่นได้เช่นกัน 

เขาสามารถล้างเครื่องสำอางออกได้ดีทีเดียวค่ะ โดยที่ไม่ต้อง Double Cleansing แต่อย่างใด ใช้เขาหลอดเดียวนี่แหละ ล้างหน้า สะอาดหมดจดในหลอดเดียวจริง

หลังล้างหน้าผิวก็ไม่แห้งตึง แต่กลับนิ่ม ชุ่มชื่นเหมือนหลังทาครีมบำรุงใหม่ๆ ความมันส่วนเกินและฝุ่นผงถูกชะล้างไป แต่น้ำมันเคลือบผิวบางส่วนยังเหลืออยู่ เออ อันนี้ชอบเลยค่ะ

แต่ไอ้ครั้นจะใช้แค่นี้ก็กลัวว่าจะไม่รู้ถึงประสิทธิภาพ พี่ปิ่นเลยใช้เขาในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อา…เทศกาลฮาโลวีน แน่นอนว่าพี่ปิ่นไม่พลาดที่จะแต่งหน้าเข้ากับธีมเทศกาล จัดไปเพื่อทดสอบ skin regimen สัก 1 แมท

ธรรมดาไม่ทำ ชอบให้โลกจำแบบไม่ลืม ฮ่าๆ 

ในลุคนี้มีทั้งสี Body Paint , กาว, รองพื้น, อายชาโด, ลิปสติกสีดำแบบ Matte ติดทน, อายไลน์เนอร์กันน้ำ โอ้ย! สารพัดสิ่งที่ทั้งติดทน และกันน้ำเลยค่ะ

ที่สำคัญ โบกกันหลายชั้นมากๆ เพื่อความเนียนกริบ สวยสมจริง

จัดการบีบน้องใส่ฝ่ามือมาเลยค่ะ 

ด้วยความที่แต่งหน้าหนาขนาดนี้ พี่ปิ่นก็เลยเอาเขามานวดวนๆ ก่อนเพื่อให้เครื่องสำอาง 5 ชั้น ได้ละลายออกจากกันเล็กน้อยก็ยังดี (นี่ฉันยังมีความปราณีเธออยู่นะ) ซึ่งก็ออกมาส่วนหนึ่ง บางส่วนยังคงติดหนึบอยู่ที่ใบหน้าก็จะเป็นพวก eye liner แบบดินสอเอย แบบน้ำเอย ที่ขึ้นชื่อว่าตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้กันเลยทีเดียว

ปล. พี่ปิ่นเว้นรอบดวงตาเอาไว้นะคะ เพราะเขาก็มีข้อบ่งชี้วิธีการใช้ว่าอย่าให้เข้าดวงตา

วินาทีนั้นใจฉันหายแล้ว คิดว่าน้องอาจจะตุ้บ ไปไม่ไหวกับเครื่องสำอางติดฝังลึกแบบนี้ แต่ก็เอาสิ! นี่คือการทดสอบ! 

หลังจากนั้นพี่ปิ่นใช้ฟองน้ำที่ใช้กันในร้านสปามาชุบน้ำให้อ่อนนุ่มแล้วก็เช็ดหน้าอย่างเบามือ 

ผลคือ…อ้าว หลุดออกหมดเลย! เออ น้องเขารอดจ้า

ถึงแม้ว่าเขาจะให้หลีกเลี่ยงรอบดวงตา แต่มันก็อดไม่ได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ เลยแอบใช้นิ้ววนๆ ที่ดวงตาเบาๆ ผลก็คืออายชาโดก็หลุดออกมาค่ะ แต่ในส่วนของมาสคาร่าและ in-liner นั้นปิ่นขอล้างเองต่างหากด้วยอีกผลิตภัณฑ์หนึ่งค่ะ

พอผิวโดนน้ำน้องเขาก็เกิดฟอง พี่ปิ่นเลยเอามือชุบน้ำแล้วมานวดหน้า ก็สามารถล้างหน้าได้ตามปกติต่อได้เลยโดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติมใดๆ คือเอาครีมที่เป็นฟองๆ เหลือติดหน้านั่นแหละ ล้างต่อค่ะ

ผลออกมาคือ ผิวสะอาดกิ๊ก! เหมือน Double Cleansing เลย

เชื่อแล้วจ้ะ ว่า skin regimen facial cleansing cream หลอดนี้สามารถล้างหน้าให้สะอาดได้ในหลอดเดียวจริงๆ ถ้าเครื่องสำอางที่หนาและสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกยังออกได้ขนาดนี้ การแต่งหน้าเบาๆ ในวันทำงานหรือวันธรรมดาก็หายห่วงแล้วจ้า

สำหรับวันนี้พี่ปิ่นขอลาไปก่อน

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ

บาย

MY BURBERRY BLACK เสน่ห์เย้ายวน ลึกลับ ตรึงใจ

สวัสดีค่ะทุกคน

ถ้าพูดถึงน้ำหอม พี่ปิ่นเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะมีกันหลายขวด หลายแบรนด์ เพื่อเก็บสะสมรวมทั้งใช้ หรือบางคนอาจจะมีน้ำหอมอยู่ไม่กี่ขวดซึ่งโดยส่วนใหญ่กลิ่นที่มีก็จะไม่ห่างจากกันมากแตกต่างกันออกไปตามรสนิยมและความชอบล้วนๆ

และพี่ปิ่นเป็นหนึ่งในคนที่มีน้ำหอมใช้อยู่ไม่กี่ขวดค่ะ เพราะกลิ่นที่เราชอบเป็นกลิ่นที่เฉพาะทาง พี่ปิ่นชอบกลิ่นที่ออกมะลิ หรือมีมะลินำค่ะ

ขอสารภาพกงนี้เลยว่าปิ่นเป็นคนที่ชอบน้ำหอมกลิ่นมะลิมาก แต่เคยพรมน้ำอบก็มีคนตกอกตกใจเพราะคิดว่าเจอกับสิ่งลี้ลับมาแล้ว (อันนี้เรื่องจริง ตอนนั้นเรียนอยู่มหาลัย อาบน้ำเสร็จก็พรมน้ำอบ ไม่กี่นาทีถัดมา เพื่อนข้างห้องเปิดประตูเข้ามาทำหน้าตาตื่น แล้วถามว่า พวกแกได้กลิ่นน้ำอบไหม ฉันโดนผีหลอกกกกก ฮ่าๆๆๆๆๆ )

ลองน้ำหอมที่มีกลิ่นมะลินำมาหลากหลายก็โดนทักว่าพอได้กลิ่นแล้วเหมือนกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนมะลิของคุณยาย โอ้ยตาย เสียเซลฟ์มาหลายครั้งเพราะกลิ่นโปรดของเราเอง

แต่มีอยู่วันหนึ่งเดินผ่านช็อป BURBERRY ก็เหลือบไปเห็นน้ำหอมขวดนี้เข้าค่ะ

My

BURBERRY 

black

EDP

 เป็นน้ำหอมแบบ EDP ปิ่นโดนตกตั้งแต่ขวด ดีไซน์ดูลึกลับน่าค้นหาเลยขอลองที่เค้าน์เตอร์กันเลย

แค่ฉีดมาฟึ่บแรก อื้อหื้อ โงหัวไม่ขึ้นตั้งแต่ top note กลิ่นมะลิเย็นๆ นั่งพับเพียบร้อยมาลัยที่เราชื่นชอบถูกผสมผสานอย่างพอเหมาะเพิ่มความอุ่นด้วยกุหลาบทำให้กลิ่นนุ่มนวลขึ้น และมีความสดชื่นจากกลิ่นลูกพีชให้ฟีลเหมือนหญิงสาวที่มีมาด ใจเย็น แต่ก็มีความร่าเริงแจกความสดใสให้ทุกคน แต่เมื่อเวลาดำเนินไปถึงตอนพลบค่ำกลิ่นถูกชูด้วยแพทชูลี่ที่เป็นกลิ่นอันแสนสงบ และเพิ่มความล้ำลึกด้วยแอมเบอร์เปลี่ยนร่างเป็นสาวเซ็กซี่ชุดดำเดินอยู่บนพรมแดง 

กลิ่นมันซับซ้อนเหมือนบุคลิกเราจนสามีบอกว่า “กลิ่นนี้มันคือตัวตนของเธอ” ซึ่งปิ่นก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน my BURBERRY black ขวดนี้เป็นการนำกลิ่นเย็นอย่างมะลิมาปรุงสุกให้มีความอุ่นอ้าวกำลังดี เป็นกลิ่นที่เซ็กซี่ ลึกลับ น่าค้นหา แต่ก็น่าเกรงขามอยู่ในทีเช่นกัน โอ้ย! ฉันหลงรักกลิ่นนี้มาก!

กลิ่นก็ติดทนดีมาก และกลิ่นจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและอุณหภูมิของเราแต่จะไม่หนีไปจากกลิ่นแรกที่ได้ฉีดมากนัก เรียกได้ว่าฉีดเช้าจะได้กลิ่นมะลิแฝงในความนุ่มนวลอุ่นอาย พอพลบค่ำก็เริ่มลึกลับเซ็กซี่อย่างแอมเบอร์ อาบน้ำนอนยังได้กลิ่นที่ติดอยู่ตรงปลายผมเฉียดๆ อยู่เลยค่ะ กลิ่นติดทนมาก!

ไม่ใช่แค่ปิ่นที่หลงใหลแต่ดูเหมือนว่าคุณสาจะลุ่มหลงมากเป็นพิเศษนัวเนียขอดมกันทั้งวัน ส่วนคนรอบข้างอย่างเพื่อนหรือน้องๆ ที่ทำงานต่างก็บอกว่าปิ่นตัวหอมมาก ไม่เป็นสวนมะลิของคุณยายอีกแล้วค่ะ 

มงลงที่ BURBERRY black ขอยกเป็นน้ำหอมประจำตัวไปเลยค่ะ

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

บาย

sasi Magic Collection ใหม่หมดจด มอบผิวเนียนสวยยิ่งกว่าเคย

สวัสดีค่ะทุกคน

จะบอกว่าตอนนี้กำลังอินกับแป้งพัฟตัวหนึ่งค่ะ ที่นอกจากจะปกปิดขั้นสุดแล้ว ยังมาในรูปโฉมใหม่ที่เห็นแล้วต้องพกไว้ในกระเป๋าตลอดค่ะ เพราะน้องน่ารักมาก! นอกจากนี้ราคาก็ดี เรียกว่าเป็นแป้งพัฟถูกและดียังมีหลงเหลือให้อิฉันได้ตะลึง! วันนี้ปิ่นจะรีวิวแป้งพัฟผสมรองพื้นสูตรใหม่ของ sasi ให้ทุกคนได้กรีดร้องแบบปิ่นกันค่ะ

sasi

Foundation Powder

Magic Matte / Magic Glow

ครั้งแรกที่เห็น เห็นกล่องก็ว่าน่ารักแล้ว พอเปิดกล่องมาเห็นตลับนี่ปิ่นถึงกับว้าว! เรียกน้องเลยทันที สีตลับน่ารักปุ๊กปิ๊ก น่าใช้เป็นที่สุดเลยค่ะ 

น้องมี 2 สูตรค่ะ แต่ละสูตรจะเป็นอย่างไร วันนี้ปิ่นจะมาเล่าให้ฟัง เชื่อพี่เหอะ พี่ลองมาให้หมดแล้วจริงๆ

มาดูที่สูตรแรกกันค่ะ ขอเรียกว่าเป็นแป้งตลับผิวเนียนแล้วกัน

sasi

Foundation Powder

Magic Matte

8.5 g 139 THB

มาดูที่น้องคนแรกก่อนค่ะ มาในตลับสีชมพูพาสเทล น่ารักมากกกกก มากถึงมากที่สุด เป็นแป้งรองพื้นที่ให้ผิว Matte เนียนเป๊ะ แนบไปกับผิว พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดเพราะมีค่า SPF 30 PA++++ ปกปิดปานกลางถึงสูงสุด ไม่อุดตัน ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อ ควบคุมความมันได้ 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี Double – Function Fit และมีวิตามิน E ช่วยบำรุงผิวไปในตัวด้วยค่ะ

ต้องบอกก่อนว่าแป้ง Magic Matte นี้ถูกพัฒนามาจากรุ่นเดิมตลับขาวซึ่งปิ่นก็ใช้อยู่เช่นเดียวกัน เดี๋ยวจะบอกว่าพัฒนาอะไรไปบ้าง

แต่ก่อนอื่นมาดูลักษณะภายนอกกันก่อนดีกว่า เพราะปิ่นเลิฟมากจริงๆ เป็นพวกแพ้แพคเกจค่ะ

ตลับน้องเป็นพลาสติกที่ค่อนข้างคงทน มีชั้นเก็บฟองน้ำให้และกระจก ในส่วนของฝาพักก็ถูกดีไซน์ใหม่และประกอบมาแข็งแรงทีเดียวค่ะ

มีเฉดสีทั้งหมด 3 สีด้วยกัน

  • 01 Light
  • 02 Medium
  • 03 Warm

ที่นี้อย่างที่ปิ่นได้เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ว่าน้องคนนี้ถูกปรับปรุงมาจากสูตรเดิมตลับขาวที่เป็นตัวขายดีของแบรนด์ มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างมาดูกันค่ะ

เทียบให้เห็นกันชัดๆ ไปเลยระหว่าง sasi Magic Matte เก่ากับ  sasi Magic Matte ใหม่ ที่เห็นได้ง่ายสุดก็จะเป็นเรื่องของแพคเกจค่ะ

sasi Magic Matte รุ่นเก่าตลับขาวจะไม่มีชั้นวางพัฟฟองน้ำแยก ต้องวางบนตัวแป้งโดยตรง ตัวพลาสติกภายนอกดูบอบบางไปนิด โดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมฝาพับ เปิดปิดบ่อยๆ มีขาดออกจากกันค่ะ ซึ่งทาง sasi ก็ได้ฟังเสียงของผู้ใช้จึงได้ทำการปรับปรุงแล้วออกใหม่เป็นรุ่น Magic Matte ตลับสีชมพูค่ะ

นอกจากนี้ในเรื่องของสีแป้ง แม้จะออกมา 3 เฉดสีเท่าเดิม แต่ว่าในรุ่นเก่าจะติดเหลือง และความต่างระหว่างสี W1 กับ W2 ค่อนข้างน้อย แม้ว่าปิ่นจะไม่ใช่สาวผิวสีน้ำผึ้งแต่ปิ่นต้องใช้เบอร์ W3 ซึ่งเป็นสีที่เข้มสุดแล้วแต่ก็ยังติดขาวอยู่ แต่ยอมเพราะปกปิดดีมากจริงๆ และยังคุมมันได้ดีทีเดียวค่ะ

และแน่นอนว่า sasi ก็ฟังเสียงลูกค้า จึงได้ทำการปรับปรุงให้สูตร Magic matte ไม่ติดเหลืองเท่ารุ่นเก่า และเฉดสีต่างกันชัดเจนทำให้ในครั้งนี้ปิ่นได้ใช้สี 02 Medium ได้พอดิบพอดีกับผิวจ้า

ที่นี้จะมาลองเทียบให้ดูในเฉดสีเดียวกันระหว่างรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ค่ะ ทางขวาจะเป็น sasi Magic Matte รุ่นใหม่ ส่วนซ้ายจะเป็น Magic Matte รุ่นเก่าตลับขาว จะเห็นได้ว่ารุ่นใหม่จะยังคงคุณภาพด้านการปกปิดจุดด่างดำต่างๆ ได้เป็นอย่างดีไม่แพ้รุ่นเก่าเลยค่ะ เทียบดูกับรูปซ้ายฝั่งซ้ายที่ยังไม่ได้ทา โอ้โห้ คนละโลกมาก

 

และเมื่อทารุ่นเก่าทางด้านขวาจะเห็นได้ชัดเลยว่าสีจะขาวกว่ารุ่นใหม่และติดเหลืองไปค่ะ แต่รุ่นใหม่ก็คือพอดีผิวมากจริงๆ

แล้วปิ่นก็ลองใช้น้องแบบเพียวๆ ไม่มีการลงตัวช่วยอื่นเลย เรียกว่าลงสกินแคร์เสร็จแล้วก็โปะ sasi Magic Matte เลยเพื่อดูประสิทธิภาพว่าน้องยังเจ๋งเหมือนเดิมไหม ก็ให้ภาพมันฟ้องค่ะ จากป้าข้างบ้านกลายเป็นสาวคอนโดไปแล้ว รอยฝ้ากระก็ปกปิดได้ดีทีเดียวแม้จะไม่ได้ใช้รองพื้นหรือคอนซีลเลอร์เลยก็ตาม  ฟินิชผิวโดยรวมก็นวลเนียน ไม่มีโป๊ะแต่อย่างใด

ต่อไปเป็นการทดสอบประสิทธิภาพควบคุมความมันกันค่ะ

ปิ่นออกไปทำธุระนอกบ้านมาตั้งแต่สายๆ จนถึงช่วงค่ำ ผ่านไป 8 ชั่วโมงไม่ถึง 12 ชั่วโมง หน้าเริ่มมันวาวค่ะ วาวบริเวณ T-Zone และเมื่อลองใช้กระดาษทิชชูซับความมันส่วนเกินออก มีแป้งบางส่วนติดออกมากับความมันเห็นได้บนกระดาษทิชชูค่ะ แต่พอซับเสร็จทางด้านซ้ายจะเห็นได้ว่าผิวยังคงดูนวลเนียนเหมือนเมื่อเช้า ไม่มีแหว่งหรือหลุดเป็นดวงค่ะ น้องติดทนใช้ได้ทีเดียว ส่วนเรื่องควบคุมความมันแม้จะไม่ถึง 12 ชั่วโมง แต่ 8 ชั่วโมงโดยไม่ซับไม่เติมปิ่นว่าก็คุมมันได้ดีในระดับหนึ่งเลยค่ะ

ไปดูที่น้องอีกคนหนึ่งกันค่ะ

sasi

Foundation Powder

Magic Glow

8.5 g 139 THB

sasi Magic Glow ตลับสีฟ้าพาสเทล น้องเป็นแป้งพัฟผสมรองพื้นเนื้อแมทประกายชิมเมอร์ ที่มอบผิวสวยเนียนเปล่งประกาย  มีเนื้อบางเบา แนบสนิทกับผิว เป็นธรรมชาติไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF 30 PA++++ สามารถปกปิดได้ตั้งแต่ปานกลาง ถึงสูงสุด เนื้อแป้งติดทน กันนํ้า กันเหงื่อ คุมมัน 12 ชั่วโมงด้วยเทคโนโลยีDouble – Function Fit  ที่สำคัญน้องมีประกายชิมเมอร์จากธรรมชาติขนาดพิเศษ 30 ไมครอน ช่วยให้ผิว เปล่งประกายเมื่อโดนแสงทั้งยังช่วยบํารุงให้ผิวหน้ากระจ่างใสด้วย Vitamin E ค่ะ

เนื้อแป้งในตลับดูอัดแน่น และตลับก็แข็งแรงทนทานเหมือนกับตลับสีชมพูเลยค่ะ

ไม่ว่าจะมีกระจกที่ใหญ่กว่าเดิม และมีชั้นวางพัฟฟองน้ำแยกให้ และตัวบานพับก็แข็งแรงทนทานมากขึ้นเช่นเดียวกัน

จุดสำคัญของแป้ง Magic Glow คือน้องมีประกายชิมเมอร์เมื่อโดนแดดค่ะ ระยิบระยับเล็กๆ พอน่ารัก มีทั้งหมด 3 สีค่ะ

  • 01 Light
  • 02 Medium
  • 03 Warm

ซึ่งโดยส่วนตัวปิ่นคิดว่าสีของรุ่น Magic Glow จะสว่างกว่ารุ่น Magic Matte แต่นั่นก็เป็นเพราะเขาผสมผงชิมเมอร์ลงไปในเนื้อแป้ง ทำให้เกิดการสะท้อนแสงเลยทำให้ดูสีอ่อนกว่าค่ะ

เปรียบเทียบให้ดูเนื้อและสีของแป้งทั้ง 2 รุ่นค่ะ ซ้ายคือ Magic Matte ส่วนขวาคือ Magic Glow จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ว่าทางซ้ายจะมอบผิวแมท ส่วนทางขวาจะมีความฉ่ำโกลว์ที่แท้เมื่อต้องแดด อู้วววว สวยมากทั้งสองรุ่นเลย

ขออภัยในความหน้าสด ฮ่าๆ อย่างที่ทุกคนเห็นปิ่นไม่ได้มีผิวที่ดีมากนัก มีรอยดำจากฝ้า กระ และรูขุมขนหน้าแก้มกว้าง ทีแรกก็คิดว่าน้อง Magic Glow อาจจะไม่ช่วยปกปิดมากเท่าไรเพราะเขาเน้นให้ผิวกระจ่าง แต่พอลองทาดู เอ้อ! อย่าว่าไปนา น้องก็ปกปิดดีทีเดียวเพียงแค่อาจจะต้องย้ำหลายครั้งหน่อย ไม่เหมือนรุ่น Magic Matte ที่ปาดไม่กี่ทีก็ปกปิดได้แล้ว

และที่สำคัญเห็นหน้าทางฝั่งซ้ายที่ทา Magic Glow เทียบกับฝั่งที่ไม่ได้ทาไหมคะ นี่คือแค่ลงแป้งนะ ไม่ได้ลงไฮไลท์อะไรเลย คือทาสกินแคร์เสร็จก็ลงแป้งเลยค่ะ จะเห็นได้ว่าผิวฉันฉ่ำวาว ดูนวลเนียนแบบ Glass skin มากกกกกก กรี๊ดดดดด เลิฟความฉ่ำนี้ ลองเอียงซ้ายทีขวาทีผิวก็เปลี่ยนไปตามแสงที่ตกกระทบ โอ้…น้องเอ๋ย…ตกหลุมรักผิวตัวเอง ฮือออ

และเมื่อแต่งหน้าเสร็จก็พบว่าผิวโดยรวมทั้งหมดดูเหมือนแต่งหน้าจัดเต็มทุก step ทั้งรองพื้น แป้งฝุ่น ไฮไลท์ แต่ความจริงคือใช้แค่ sasi Magic Glow ตลับเดียวเลยจ้า หน้าพุ่งยันดาวอังคาร แวววาวดาวลูกไก่มากจ้าที่รัก

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเพราะเขามีประกายชิมเมอร์ สำหรับคนที่มีรูขุมขนกว้างควรปัดแต่เบามือในบริเวณนั้น เพราะถ้าลงหนักจะกลายเป็นการเน้นรูขุมขนให้กว้างขึ้นค่ะ

ส่วนตัวแล้วรักพี่เสียดายน้องมาก เลือกไม่ถูกขอไม่เลือก ฉันจะใช้เธอทั้งสอง ปิ่นจะลง Magic Matte ก่อน แล้วค่อยปัดทับด้วย Magic Glow ด้วยแปรงให้ทั่วหน้า ขอบอกเลยว่าฟินิชผิวดูแพงมาก ทั้งที่ตลับละ 139 บาทเอง ฮืออออออออ คุ้มไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้วค่ะ

หาซื้อได้ที่วัตสัน อีฟแอนด์บอย บิวเทรี่ยม Konvy ร้านเครื่องสําอางชั้นนําทั่วไป 

หรือออนไลน์ www.1948beauty.com

#sasiDoubleMagic #เสกผิวเนียนเสกผิวโกลว์

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน 

แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าจ้า

ยานแม่มาประทับ PAT MCGRATH LABS MTHRSHP : Rose Decadence Eye Shadow Palette (limited edition)

สวัสดีค่ะ

วันนี้จะมาแนะนำ eyeshadow palette อีกแล้วค่า 555 ก็แหม…ใช้แล้วชอบ ใช้แล้วเลิฟ สร้างสเน่ห์ให้ดวงตาเราดูสวยขึ้นในยุคที่ต้องใส่แมสก์ปิดปากมีแต่ดวงตาที่โผล่มาช่วงนี้ก็เลยคลั่งไคล้เครื่องสำอางที่ใช้กับดวงตาเป็นพิเศษหน่อยค่ะ

ไม่พูดพร่ำทำเพลง…นั่นๆ ยานแม่มารับแล้ว ขึ้นไปบนยานค่ะ เดี๋ยวปิ่นจะเล่าให้ฟัง

PAT MCGRATH LABS MTHRSHP : Rose Decadence Eye Shadow Palette (limited edition)

PML อีกแล้วแม่ 😂 คือขอสารภาพว่าอิฉันเป็นติ่งเครื่องสำอางยี่ห้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นลิป เป็นรองพื้นใช้แล้วออกมาจากยานแม่ไม่ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง eyeshadow palette แต่ละสีแน่น! ชิมเมอร์ก็จึ้ง! มากแม่

แพคเกจเป็นกระดาษแข็งสีหวานลายกุหลาบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าสีข้างในเหมาะกับสาวหวานอย่างฉัน โฮะๆ แล้วก็โปะ Logo สลากทองหรูหราตามสไตล์แม่แพท

และนี่คือ 6 หลุมสังหาร เชือดนิ่มๆ ด้วยสีหวานโทนโอโรสที่ใช้ได้จริงทุกสีเลยค่ะ

มาสวอชสีกัน!

อุแง้! สวยมากจ้า มีสีแมทอยู่ 2 ที่เหลือเป็นชิมเมอร์อลังการตาแตกทุกแยกจริงๆ ค่ะ

“โดนแสงนิดๆ หน่อยๆ”

โอ้สสสสสสส ขออนุญาตเอาหัวโขกยาน!

จะเห็นได้เลยว่าเม็ดสีแน่นเปรี้ยะ! ชิมเมอร์คม! ตามสไตล์ชิมเมอร์ทางฝั่งตะวันตกเลยค่ะ ทึบ! ชัด! จัดจ้าน! แบบ Pat McGrath เลยค่ะ อิฉันเลิฟ

เอาล่ะ ต่อไปมาแต่งตากันค่ะ โดยใช้สีทั้ง 6 นี้เลย! 

ลงสีตามหมายเลขทั้งหมดนี้เลยค่ะ

ใช้ไปเล้ย 6 สี 555 เกลี่ยๆ แล้วนัวสวยมากค่ะ

PAT MCGRATH LABS MTHRSHP : Rose Decadence Eye Shadow Palette

ตวัดพู่กันให้เชิดๆ ตรงหางตาหน่อย ก็จะได้ลุคสีชมพูที่ไม่น่าเบื่อเกินไปค่ะ

ถ้าพูดถึงเรื่องการให้คะแนน เรียกได้ว่าแทบไม่มีตรงไหนให้หัก ส่วนตัวไม่มายด์เรื่องแพคเกจที่เป็นกระดาษอัดแข็ง เพราะมันช่วยประหยัดเงินไปได้เยอะ ส่วนเรื่องเม็ดสี มี 10 ให้ 10 มี 100 ให้ 100 มี fall out บ้างตามประสาเม็ดสีที่แน่นเนือง ปัดออกได้ ไม่เลอะ ไม่เปรอะ ไม่ร่วงกราวเป็นผงแป้งฝุ่นค่ะ

ครีเอทต์ลุคได้อีกเยอะเลย ฮืออออ ชอบมาก!

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่จ้า

NARS ORGASM ON THE BEACH review พาเลทที่จะทำให้แก้มคุณเร่าร้อน

สวัสดีค่า

มาพบกับพี่ปิ่นอีกแล้ววววว เฮ….

อาจจะเจอกันจนเบื่อ แต่อิฉันไม่เบื่อ!

วันนี้ก็กลับมารีวิว blush palette ที่ทำให้พี่ปิ่นร้องเฮ้ย! ดังมาก 

สำหรับคนที่ชอบความชิมเมอร์ วิ้ง พริ้งพราวแบบไม่แรงแต่ดูแพงหนักมาก! ต้องชอบแน่นอนค่ะ

NARS 

ORGASM ON THE BEACH

 CHEEK PALETTE

2500 THB

เป็นคอลเลคชั่นล่าสุดที่ NARS ได้ปล่อยออกมาเมื่อกลางปีที่ผ่านมานี่เองค่ะ  แค่แพคเกจก็กินขาดแล้วสี golden rose ขึ้นเงาที่สะท้อนกับแสงได้เป็นอย่างดี ตลับก็แข็งแรงคงทนไม่เหมือนกับตลับสีดำออริจินัล แต่เสียอย่างเดียวคือเป็นรอยนิ้วมือง่ายค่ะ เฮ้ออออ

มาดูภายในกัน โฮ้! ขอไปยืนที่หาดบางแสนแล้วตะโกนว่า “สวยมาก!” 

ภายในประกอบไปด้วยบลัชออน 3 สี ไฮไลท์ 2 สี และเฉดดิ้งอีก 1 รวมแล้วมี 6 หลุมใน 1 พาเลทค่ะ

ไฮไลท์

– MANDALAY

– NAPLES

SHADING

– TURTLE BAY

BLUSH

– ZUMA

– ORGASM

– MONTEZUMA

เพราะมีโลโก้ NARS พาดอยู่ในพาเลททำเอาพี่ปิ่นไม่กล้าใช้เลยค่ะ มันสวยเกินปายยยย ทำใจไม่ด้ายยยยยย แต่สุดท้ายหลังจากที่ทำใจอยู่นานก็ลองเอานิ้วถูมาดูสีค่ะ 

โอ้ยยยยยยย น้องสวยมากกกกก สวยทุกสีเลย!

ยิ่งไปกว่านั้นก็ดูเหมือนเม็ดสีจะเข้มมากด้วยเช่นกัน เอาล่ะ ลองมาปาดแบบเต็ม ๆ กันดูดีกว่าค่ะทุกคน

เอาจริงๆ แล้วสี TURTLE BAY ที่พี่ปิ่นคิดว่าเขาคือ shading นั้น พี่ปิ่นว่าเขาก็สามารถเอามาปัดแก้มได้ค่ะ นัวสวยมากด้วย ไม่ได้ทำให้แก้มดูเปื้อนด้วยค่ะ แต่กลับสวยนวลเหมือนเพิ่งนอนเปลือยกายอาบแดดแถวชายหาดเสร็จใหม่ ๆ ด้วยค่ะ  จุ๊กกรู้!

ปัดเบาๆ ก็สวยแล้วค่ะพาเลทนี้ จะปัดแต่ละสีเดี่ยวๆ หรือจะเอามาผสมกันคือได้หมด ทุกสีลงตัวมากๆ เลยค่ะ

อ่ะต่อไปลองปัดแบบผสม ๆ กันดูนะคะ

อย่างฝั่งนี้ก็ลองเอา ORGASM ปัดให้ทั่วแก้มแล้วไฮไลท์ด้วย MANDALAY ชมพูสวยอ่อน ๆ บาง ๆ ดูแพงมากค่ะ

ส่วนลุคนี้ก็เอาสีเข้มสุดอย่าง MONTEZUMA สีแดงมะเขือเทศสุกก่ำปัดเบา ๆ ให้ทั่วพวงแก้มแล้วทับด้วย NAPLES ที่ออกไปทางน้ำตาลทอง เอ้อ! ก็ออกมานัวสวยเพราะความน้ำตาลทองของ NAPLES มาช่วยเบรคความแดงของ MONTEZUMA ได้เป็นอย่างดีทำให้ทั่วทั้งหน้าดูผ่องนวลค่ะ

วันไหนเบื่อ ORGASM ก็ไป ZUMA เลยค่ะ ZUMA เขาจะออกไปทางส้มผสมชิมเมอร์ทองแต่ก็มีติ่งชมพูนิด ๆ ปัดออกมาสวยพอดิบพอดีและพี่ปิ่นว่าสีนี้เหมาะกับอันเดอร์โทนเหลืองเป็นพิเศษเลยค่ะ

วันไหนอยากสายฝอก็เอา TURTLE BAY มาปัด แล้วทับด้วย NAPLES หรือ MANDALAY ก็สวยเฉี่ยวคมแล้วค่ะ

สำหรับการให้คะแนน ขอให้ตามนี้ค่ะ

เรียกได้ว่าประทับใจทุกตรง

สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน

แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่า

บาย